วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนที่จะมีแรงขายกดดันให้ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง ในภาคบ่าย นำโดยแรงขายหุ้น DELTA -70.00 จุด หรือ -7.29% ซึ่งส่งผลต่อดัชนีราว -7.1 จุด ในขณะที่มีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร จากผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,558.36 จุด -6.74 จุด -0.43% มูลค่าการซื้อขาย 57,649 ลบ.ต่างชาติ +1,164.11 ลบ. TFEX -13,824 สัญญา ตราสารหนี้ -2,039.50 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 22.34 จุด หรือ +0.07% การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ แต่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี ดาวโจนส์ลดลง 0.2% หลังปรับตัวขึ้น 4 สัปดาห์ติดต่อกัน
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ +0.65% ปิดที่ 77.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสช่วยหนุนความต้องการใช้น้ำมัน โดยดัชนี PMI ปรับตัวดีขึ้นในยูโรโซน สหราชอาณาจักร และสหรัฐ แต่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI ลดลง 5.5%
+ ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.5 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน จากระดับ 52.3 ในเดือนมี.ค.
+ สสช. รายงานถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในช่วงต้นปี 66 ที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการว่างงานที่ระดับ 0.9% นับเป็นอัตราที่ต่ำที่สุด และต่ำกว่า 1% ครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี
ปัจจัยลบ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและสภาพอากาศระบุว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยในหลายพื้นที่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งใหม่ในเดือนเม.ย.
- กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า กองกำลังทหาร จู่โจมของรัสเซียกำลังปฏิบัติการโจมตีบริเวณพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองบัคมุต ภูมิภาคโดเนตสค์ ซึ่งเป็นสมรภูมิที่สู้รบมายาวนานที่สุดในสงครามครั้งนี้
- ตลาดหลักทรัพย์ สรุปมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์สะสมตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม-21 เมษายน 2566 แยกเป็นนักลงทุนสถาบัน ในประเทศซื้อสุทธิ 3,888.35 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,712.21 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 60,805.47 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 58,629.33 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้แกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ออกดี มองกรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้ที่ 1,550-1,565 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น : AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL COM7 CPALL
• โอมิครอนสายพันธุ์ XBB.1.16 ระบาด : BCH CHG VIBHA EKH
หุ้นรายงานพิเศษ
AU - “ซื้อ” Bloomberg Consensus 13.50 บาท
“มองบวกต่อแนวโน้มปี 66 ที่คาดจะให้การเติบโตดีตั้งแต่ 1Q66 ต่อเนื่องไปยัง 2Q66 จากการเข้าสู่ฤดูร้อน”
•งวด 4Q65 มีกำไร 36 ลบ. +177%YoY +9%QoQ โดยมีรายได้ 264 ลบ. +40%YoY +7%QoQ โดยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้ลูกค้ากลับมาทานอาหารที่ร้านมากขึ้น สะท้อน SSSG โตกว่า30% ประกอบกับได้ผลบวกจากการขยายร้าน After You สู่ 51 สาขา (+11 สาขา YoY, +7 สาขา QoQ) ส่วน %GPM อยู่ที่ 63% (4Q64 = 59.5%, 3Q65 = 64.8%) เร่งขึ้น YoY จากการที่ลูกค้าเข้ามารับประทานแบบ Dine-in มากขึ้น (เป็นประเภทที่มีมาร์จิ้นสูงสุด) ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ประหยัดจากขนาด แต่อ่อนลง QoQ จากการทำโปรโมชั่น โดยรายได้และกำไรทั้งปี 65 อยู่ที่ 938 ลบ. +51%YoY และ 118 ลบ. +2,850%YoY (จำกฐำนต่ำ)
•คาดแนวโน้มผลประกอบการ 1Q66 โตต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ ได้แรงหนุนหลักจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่งเปิดให้เดินทางออกนอกประเทศได้เมื่อ 8 ม.ค. 66 ส่งผลให้ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น คาด SSSG เพิ่มขึ้นราว 20% โดยทั้งปี 66 ผบห.ตั้งเป้ารายได้โตราว 30%YoY จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทำให้เร่งขยายสาขาเพิ่มขึ้น (After You +8 สาขา, Franchise Mikka +50 สาขา และ ลูกก๊อ +5 สาขา) ควบคู่ไปกับการเปิดร้านแบบ Pop-up และการร่วมมือกับ Partner ใหม่ๆ
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 66 ที่คาดจะให้การเติบโตดีตั้งแต่ 1Q66 ต่อเนื่องไปยัง 2Q66 จากการเข้าสู่ฤดูร้อนโดย Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 ราว 202 ลบ. +70%YoY และราคาเหมาะสม 13.50 บาท มีอัพไซต์ 23% แนะนำ “ซื้อ”
หุ้นมีข่าว
(+) III (Bloomberg consensus 17.28 บาท) ส่งซิกไตรมาส 2/2566 การขนส่งทุกช่องทางโตกระฉูด ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทย ลุยขนส่งลาว-จีน คาดวอลุ่มเพิ่มครึ่งปีหลัง เตรียมส่งบริษัทย่อย AOTGA ผู้ให้บริการภาคพื้นอากาศยานเข้าประมูลลานจอด และอุปกรณ์ภาคพื้นที่ขยายการให้ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ คาดสรุปไตรมาส 3/2566 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) WHA (Bloomberg consensus 4.80 บาท) ฟุ้งผลงานไตรมาส 1/2566 เด่น หลังไทย-จีน เปิดประเทศเต็มรูปแบบ ลูกค้าเดินทางเข้ามาสำรวจ-โอนกรรมสิทธิ์อื้อ แย้มยังมีสัญญาอยู่ระหว่างโอนกรรมสิทธิ์ในมืออีกกว่า 400-500 ไร่ ด้านโลจิสติกส์เนื้อหอมโค้งแรกให้เช่าพื้นที่ไปหลักหมื่นตารางเมตร มองการเลือกตั้งไม่กระทบการลงทุนจากต่างชาติ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TM (Bloomberg consensus - บาท) ส่องอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศโตต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณ 5-8% ต่อปี หนุนธุรกิจบริษัทสะท้อนถึงความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมรุกขายสินค้าผ่านร้าน TM CARE SHOP เจาะกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ "อุปกรณ์ป้องกันการดึง" เพื่อทดแทนการผูกมือผู้ป่วย ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2566 แตะระดับ 650-680 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PJW (Bloomberg consensus 6.80 บาท) ค่ายรถแห่ตั้งผลิตอีวีในไทย ชี้หนุนงานชิ้นส่วนยานยนต์ทะลัก แถมเดินหน้าร่วมพาร์ตเนอร์ใหม่ อัพไลน์ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ เปิดช่องรับทรัพย์เพิ่ม คาดชัดเจนภายในปีนี้ พร้อมปักเป้าปี 2566 รายได้ทะยาน 10% จากปีก่อน รับออเดอร์ทะลักเพียบ (ที่มา ทันหุ้น)









