วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุน พอร์ตหุ้นแนะนำ เม.ย. - ยังเกาะกระแสเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนักในเดือนมีนาคมแต่ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยในช่วงครึ่งแรกของเดือน ปัญหาของระบบธนาคารสหรัฐและยุโรปกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

แต่ตลาดทุนฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของเดือน หลังจากที่ Fed และ ECB รีบออกมาประกาศแผนระงับปัญหาในภาคธนาคาร นอกจากนี้ การส่งสัญญาณล่าสุดของ Fed ว่าอาจจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็ว ๆ นี้ ทำให้เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง และมีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ พอร์ตหุ้นของเราลดลง 2.1% ในเดือนมกราคม แย่กว่าดัชนี SET ที่ลดลง 0.8% ทั้งนี้ หุ้น DELTA* วิ่งขึ้นมา 25% ในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พอร์ตของเรา (ซึ่งไม่มี DELTA*) แย่กว่าดัชนี SET

 

มุมมองตลาดเดือน เม.ย. น่าจะแกว่งขึ้นต่อได้ จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่นิ่งขึ้น และการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้า

ในเดือนเมษายน เราคาดว่าดัชนี SET จะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากปลายเดือนมีนาคมจากปัจจัยหลายประการ ข้อแรก อัตราเงินเฟ้อของ DM ในช่วงหลังมานี้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในสหรัฐ และทำให้ นักลงทุนเชื่อว่าการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวน่าจะใกล้จบลงแล้ว ข้อที่สอง ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูงใน 2H66 แต่แนวโน้มการเติบโตในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยลงไป ข้อที่สาม กระแสข่าวเกี่ยวกับธนาคารในต่างประเทศนิ่งขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็ในระยะสั้น และข้อสุดท้าย คือประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมตัวรับความผันผวนของตลาดเอาไว้ด้วย เพราะเดือนเมษายนมักจะเป็นช่วงที่ตลาดชะลอตัวตามฤดูกาลของกระแสเงินทุนจากต่างชาติ และค่าเงินบาท นอกจากนี้ ภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกยังค่อนข้างเปราะบางกับภาวะ shock ที่อยู่เหนือความคาดหมาย นอกจากนี้ ดัชนี SET ยังอาจจะได้รับผลกระทบจากหุ้นใหญ่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่างเช่น DELTA* ซึ่งผันผวนหนักมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 มีนาคมตลาดหุ้นไทยกำหนดให้ใช้เกณฑ์ cash-balance กับหุ้น DELTA หลังจากที่ราคาวิ่งขึ้นมาแรง

 

 

 

 

 

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. ยังคงเกาะกับธีมการเลือกตั้ง การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และหุ้นที่มีผลประกอบการมีแนวโน้มจะพลิกฟื้นใน 1Q66

เนื่องจากเรามองว่าภาวะตลาดจะสดใสมากขึ้นในเดือนเมษายน แต่กระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นอาจจะยังชะลอตัว เรายังคงแนะนำซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นในธีมที่จะได้อานิสงส์จากการเลือกตั้ง (ธนาคารและนิคมอุตสาหกรรม) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยว และ บริษัทที่ผลประกอบการมีแนวโน้มจะพลิกฟื้นได้อย่างแข็งแกร่งใน 1Q66 เราเลือกหุ้นเด่นเอาไว้เจ็ดตัวสำหรับเดือนเมษายน ได้แก่ BBL*, AMATA*, WHA*, CPN*, ERW*, OR* และ PTG* ทั้งนี้ ดังที่เราได้ระบุเอาไว้ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ฉบับที่แล้ว ว่าเรายังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2566 ที่ 1,736 จุด ซึ่งหมายความว่ายังมี upside จะระดับปัจจุบันอยู่อีกประมาณ 7%