วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้การลดดอกเบี้ยของเฟดไม่น่าเกิดเร็ว กลับเป็นดีกับหุ้น

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวตามคาด สหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อ ก.พ.เพิ่มขึ้น 6.0% YoY (คาดการณ์ที่ 6.0% และชะลอลงจากม.ค.ที่ 6.4%) ขณะที่เทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.4% MoM (คาดการณ์ที่ 0.4% และชะลอลงจากม.ค.ที่ 0.50%)

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อไม่รวมอาหารและพลังงาน (Core CPI) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดเล็กน้อย 0.5% MoM (คาดการณ์ที่ 0.4% ขณะที่ตัวเลข ม.ค.ที่ 0.40%) ทั้งนี้เงินเฟ้อที่แม้จะชะลอตัว แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% มาก ตัวเลขเงินเฟ้อเมือคืนจึงลดทอนความคาดหวังที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลงในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถือเป็นสถานการณ์ที่บวกต่อหุ้น เนื่องจากช่วยชะลอการขายลดน้ำหนักหุ้นเพื่อโยกเงินไปเพิ่มน้ำหนักในตลาดพันธบัตร ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงต้นของการที่ดอกเบี้ยถึงจุดสูงสุดของวัฎจักร 
 

หากเกิดการส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยของเฟด จะชะลอเงินเข้าตลาดพันธบัตร ซึ่งดีกับการฟื้นตัวของหุ้น ช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน จากการที่ตลาดกังวลสถานการณ์ภาคธนาคารสหรัฐฯ และประเมินเฟดอาจต้องลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือภาคธนาคาร ทำให้เงินทุนไหลออกจากหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้อย่างหนัก อย่างไรก็ตามตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้เฟดไม่น่าจะลดดอกเบี้ยได้โดยง่าย อ้างอิงจาก FedWatch Tool นักลงทุนประเมินเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 22 มี.ค.นี้ (ด้วยความน่าจะเป็น 81.9%) ซึ่งเราคิดว่าหากเฟดส่งสัญญาณชัดเจนยืนยันว่าจะไม่ลดดอกเบี้ย และเลือกตรึงดอกเบี้ยในระยะ 6-9 เดือนข้างหน้า การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการไหลออกของเงินทุนจากหุ้นสู่พันธบัตร ซึ่งจะเป็นบวกกับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในช่วง 1 เดือนข้างหน้า ขณะที่ในระยะกลาง การไหลของเงินทุนเข้าตลาดพันธบัตร จะเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันภาพรวมการลงทุนในหุ้น

ภาพรวมกลยุทธ์: เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยไม่น่าจะเกิดในเร็วๆนี้ ช่วยชะลอเงินเข้าตลาดตราสารหนี้ เป็นผลดีกับการฟื้นตัวของหุ้น โดยต้องติดตามการส่งสัญญาณยืนยันไม่ลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม 22 มี.ค.นี้ การลงทุนเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น

หุ้นแนะนำ: ADVANC*, MAJOR*, BJC*, TU*

แนวรับ: 1,517 / แนวต้าน : 1,545 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

สหรัฐเผยดัชนี CPI +6.0% เดือนก.พ. สอดคล้องคาดการณ์ - ปรับตัวขึ้น 6.0% yoy ในเดือนก.พ. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ และชะลอตัวจากระดับ 6.2% ในเดือนม.ค.

น้ำมัน WTI ดิ่งกว่า 1% หลุด $74 - สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงกว่า 1% หลุดระดับ 74 ดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารสหรัฐ

Opportunity day - 15 มี.ค. – SCAP, SAWAD, SHR, TFG, APP, CRD, PLANB, TVDH, KUN, CV, SYNEX, HARN, SMD, AH / 16 มี.ค. – OR, ZEN, ASP, FTE, BAFS, UAC, UBA, PPS, BIZ, TQR, WIIK, SGP, STI, EKH

หุ้น IPO เทรดวันแรก - บมจ. พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป (PRTR) ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร เข้าเทรด SET กลุ่มบริการ ราคา IPO 7.20 บาท

 

ประเด็นติดตาม: 15 มี.ค. - Retail Sales, US PPI / 16 มี.ค. - Building Permits, ECB Interest Rate Decision / 17 มี.ค. – EU CPI / 21 มี.ค. - Existing Home Sales / 22 มี.ค. - Fed Interest Rate Decision / 23 มี.ค. – New Home Sales / 24 มี.ค. - Core Durable Goods Orders

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)