ประธานเฟดส่งสัญญาณเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็น Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้น
Today’s dominant ideas
คาด SET Index อ่อนตัวตามตลาดหุ้นต่างประเทศ จากความกังวลเฟดดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีแนวรับ 1,610/1,600 จุด (แนวต้าน 1,620/1,625 จุด) ทางเทคนิค ดัชนีฯ ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง จนกว่าจะสามารถกลับมายืนเหนือ 1,636 จุด ได้
การแถลงรอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อวุฒิสภาค่ำคืนที่ผ่านมา ประธานเฟดส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ Fed fund futures เพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 50 bps สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน มี.ค. 2023 เป็น 66.1% จาก 24.7% ในวันก่อนหน้า พร้อมกับปรับอัตราดอกเบี้ยเป้าหมาย (Terminal rate) เพิ่มจากเดิม 25 bps เป็น 5.50-5.75% ในเดือน มิ.ย. และทรงตัวในระดับดังกล่าวตลอดเวลาที่เหลือของปี 2023E (รูปซ้าย) ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ก็ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 5.00% เหนือระดับ Fed funds Rate ปัจจุบันที่ 4.75% (รูปขวา)
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำหุ้นกลุ่ม Value Stocks ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เช่น กลุ่มประกัน กลุ่มธนาคาร และกล่มุ Defensive เช่น Health Care รับแนวโน้มการทำ Sector Rotation
Strategic daily picks
TLI ปิด 13.60 บาท/แนวรับ 13.30 บาท แนวต้าน 14.20 บาท
ผลตอบแทนพอร์ตการลงทุนจะได้รับผลบวก จากแนวโน้มการขยับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย หลังจากประธาน
เฟดส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าคาดการณ์เดิม
KKP ปิด 66.75 บาท/แนวรับ 66.00 บาท แนวต้าน 69.25 บาท
หุ้นธนาคารที่ยัง Laggard ในเชิง Valuation ด้วย PBV ที่ 0.98 เท่า ต่ำกว่ากว่าธนาคารประเภทประเภทเดียวกัน (TISCO
PBV 1.91 เท่า) ทั้งยังจะให้อัตราปันผลตอบแทน 2.24% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย.
BH ปิด 213.00 บาท/แนวรับ 210.00 บาท แนวต้าน 222.00 บาท
เป็นทางเลือกจากการทำ Sector Rotation จากกลุ่ม Growth Stocks กลับมากลุ่ม Value และปัจจัยบวกเฉพาะตัว จาก
การเร่งตัวของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ หลังเปิดประเทศ









