เงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) ม.ค.สูงกว่าคาด ยังเป็นปัจจัยกดดันความเคลื่อนไหวสินทรัพย์เสี่ยง สหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อ PCE (Personal Consumption Expenditures) ม.ค.66 สูงกว่าคาด โดย Core CPE ออกมาที่ +4.7% สูงกว่าคาดการณ์ที่ +4.3% และเร่งตัวขึ้นจาก ธ.ค.ที่ +4.4%
ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลระยะสั้นต่ออัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่เฟดอาจจะปรับขึ้นได้ และทำให้ตลาดเริ่มประเมินดอกเบี้ยสูงสุดอาจขึ้นไปถึง 5.50% ในการประชุม ก.ค.66 (หรือขึ้น 0.25% อีก 3 ครั้ง ในการประชุม 4 ครั้งหน้า ได้แก่ ประชุม 22 มี.ค./ 3 พ.ค. / 14 มิ.ย./ 26 ก.ค.) ทั้งนี้ความต่างของ PCE คือการเก็บข้อมูลจากการสำรวจยอดค้าปลีกภาคธุรกิจ ขณะที่ CPI เก็บจากผู้บริโภค ส่งผลให้น้ำหนักของ 2 ดัชนีถูกถ่วงโดยองค์ประกอบหลักที่ต่างกันเล็กน้อย คือ PCE จะถ่วงด้วยค่ารักษาพยาบาล ขณะที่ CPI จะถ่วงโดยค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สูงกว่าคาดในขณะที่ประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนอ่อนแอ จะยังเป็นปัจจัยลบถ่วงภาพการลงทุนจนกว่าจะมีจุดเปลียนใหม่ ดังนั้นเรายังคงกลยุทธ์เน้นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้โมเมนตัมบวกจากการเปิดเมืองและบริโภคที่ดีขึ้น โดยยังเน้นหุ้นที่ขึ้นน้อยหรือมีการถือครองต่ำมากกว่าการไล่ซื้อหุ้นที่ตอบรับปัจจัยบวกในช่วงก่อนหน้าไปมากแล้ว ซึ่งเราประเมินหุ้นที่มีการถือครองต่ำซึ่งหุ้นที่อยู่ที่ต่ำจะมีความเสี่ยงจากแรงทำกำไรหรือปรับพอร์ตที่ต่ำกว่า
ประเด็นลงทุนระยะกลางที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ DMT, TVDH, FLOYD, SORKON, ASW, S, CBG, AEONTS, SAMART, SDC 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR
ภาพรวมกลยุทธ์: ภาพระยะสั้นลงต่อในโซน 1,620+/- น่าจะใกล้จุดฟื้นตัว แต่ภาพระยะกลางเริ่มมีความไม่ชัดเจน โดยต้องรอประเมินจากการกลับไปทดสอบ 1,645-1,650 จุด การเก็งกำไรระยะสั้นเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น //หุ้นแนะนำ: VRANDA*, ROJNA*, MAJOR*, SAMART*
แนวรับ: 1,622-1,628 / แนวต้าน : 1,645 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
สหรัฐเผยดัชนี PCE พุ่งเกินคาด – ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดีดตัวขึ้น 5.4% yoy ในเดือนม.ค. และสูงกว่าระดับ 5.3% ในเดือนธ.ค.
สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งเกินคาด - พุ่งขึ้น 7.2% สู่ระดับ 670,000 ยูนิตในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 620,000 ยูนิต จากระดับ 625,000 ยูนิตในเดือนธ.ค
สหรัฐเผยการใช้จ่ายของผู้บริโภคพุ่งเกินคาด – พุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2564 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.3%
นักลงทุนคาดเฟดไม่ลดดอกเบี้ยปีนี้ หลังเงินเฟ้อยังร้อนแรง – นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดที่ 5.25-5.50% ในเดือนมิ.ย. และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวตลอดทั้งปีนี้ โดยไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค.
เริ่มลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 รายใหม่ – วันที่ 27 ก.พ.66 ระบบของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 จะเริ่มเปิดให้ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมโครงการ ซึ่งยังไม่เคยร่วมโครงการในเฟสที่ 1-4 หรือผู้ร่วมโครงการรายใหม่ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ โดยระบบจะเปิดตั้งแต่ 06.00-21.00 น.
WHA ตั้ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งประธานบอร์ด – แทน จรีพร จารุกรสกุล ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป
Opportunity day - 27 ก.พ. – ADB, IRPC, SABINA, SPRC, BEYOND, RCL, DOHOME / 28 ก.พ.–SFT, THANA, PIMO, ASW, CHAYO, SONIC, BAM / 1 มี.ค. – SNP, DMT, TLI, AMATAV, BEM, MINT, SPVI
ประเด็นติดตาม: 27 ก.พ. – US Pending Home Sales / 28 ก.พ. -CB Consumer Confidence / 1 มี.ค. – US ISM Manufacturing PMI, US Crude Oil Inventories / 2 มี.ค. – EU CPI, US Initial Jobless Claims / 3 มี.ค. - ISM Non-Manufacturing PMI / 8 มี.ค. - JOLTs Job Openings
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









