ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของ SINGER ใน 4Q65 ที่ 193 ล้านบาท (-26% QoQ และ -9% YoY) ต่ำกว่าประมาณของตลาดรวม 23% ในขณะที่กำไรเต็มปีอยู่ที่ 935 ล้านบาท (+33.5%) ซึ่งไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลจาก share dilution จากการเพิ่มทุนจำนวนมากในปีก่อนหน้า
โดย EPS ลดลง 10% นอกจากผลประกอบการที่อ่อนแอใน 4Q65 แล้ว ตัวเลขภายในงบการเงินยังดูไม่ดีในแง่ของ NPL ก้อนใหญ่จากสินเชื่อ H/P เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งสัดส่วน NPL อยู่ที่ประมาณ 11% (เพิ่มขึ้นจาก 7% ในสองไตรมาสก่อนหน้า) และสัดส่วน NPL ของสินเชื่อจำนำทะเบียนอยู่ที่ 1%
NPL ของสินเชื่อ H/P เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงกว่าภาพที่เห็น
SINGER ได้ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าคืนจากลูกหนี้ที่ผิดนัดผ่อนส่งค่างวดมูลค่าประมาณ 1 พันล้านบาท เสมือนการตัดหนี้สูญออกจากพอร์ตสินเชื่อ และบันทึกสินค้าที่ยึดคืนเป็นสินค้าคงคลัง ซึ่งหากมีการนำสินเชื่อจำนวนนี้บวกกลับเข้ามา ตัวเลข NPL ที่แท้จริงของสินเชื่อ H/P สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 23-24% สูงกว่าที่รายงานที่ 11% ทั้งนี้ การยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวเป็นการทำเพื่อบริหารจัดการ NPL เกิดใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาใน ไตรมาสต่อ ๆ ไป โดย SINGER คาดว่า NPL อาจจะถึงจุดสูงสุดใน 2Q66-3Q66 ในขณะเดียวดันบริษัทจำเป็นต้องนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยึดคืนเหล่านี้กลับออกมาขายให้เร็ว
ที่สุด มิฉะนั้นบริษัทอาจจะต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ เราคาดว่าสินค้าที่ยึดคืนอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 ปี เพื่อขายซึ่งมีความเสี่ยงต่อผลขาดทุนจากการขาย และทำให้การตั้งสำรองหนี้ฯสูงขึ้น
ปีแห่งการเคลียร์ NPL และการทบทวนนโยบาย
ในกลยุทธ์ปี 2566 SINGER ปรับนโยบายมาเน้นคุมคุณภาพสินทรัพย์ ไม่เน้นสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ H/P เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะทำการทบทวนเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ และคัดกรองทีมขายเพื่อลดความเสี่ยง NPL ในอนาคต ซึ่งแนวทางดังกล่าวทำให้เราต้องปรับสมมติฐานใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก
ปรับประมาณการกำไรปี 2566/2567 ลง 37%/36% และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2566F เหลือ 24 บาท
เราปรับ i) ลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2566/2567 เป็น -5%/+10% (จากประมาณการเดิมที่ +15%/+20%) ii) ลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อ H/P เป็น -5%/-10% (จากเดิมที่ +20%/20%) iii) เพิ่มค่าใช้จ่ายหนี้เสีย/สินเชื่อ (credit cost) เป็น 3%/2.5% (จากเดิมที่ปีละ 1.4%) iv) ลด yield สินเชื่อลงเหลือปีละ 16.5% (จากเดิมที่ 17%) เราคาดว่ากำไรจะพลิกมาอยู่ในโหมดของการเติบโตได้ในปี 2567 ซึ่งเมื่อใช้ PE ที่ 20x ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2566F ใหม่ที่ 24 บาท ดังนั้น เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ
Risks
ขยายสินเชื่อไม่ได้ และกันสำรองเพิ่มขึ้น









