วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway +,- ราว 5 จุด มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง DELTA, KCE, HANA ส่วนแรงขายมีมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับนักลงทุนติดตามการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ของสหรัฐ
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,687.45 จุด +1.70 จุด +0.10% มูลค่าการซื้อขาย 72,753 ลบ.ต่างชาติ +387.78 ลบ. TFEX -16,235 สัญญา ตราสารหนี้ -3,567.36 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 216.96 จุด +0.64% หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.5%YoY ในเดือนธ.ค. ชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 7.1%YoY สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทำให้นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในเดือนก.พ. 66
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ +1.27% ปิดที่ 78.39 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้ออ่อนแรงลง ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้แรงบวกจากความหวังจากการเปิดประเทศของจีนจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
+ ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ตั้งแต่ 12 ม.ค.-12 ก.พ.66 ซึ่งตอนนี้มีผู้สนใจจะเข้ามาสมัคร 10 รายแล้ว คาดว่าธปท.จะออกหลักเกณฑ์ได้ภายในไตรมาสแรกปี 66 ประเดิมให้ใบอนุญาตไม่เกิน 3 ราย ภายใน 2Q67 และให้เวลา 1 ปีในการเตรียมความพร้อม คาดเปิดใช้บริการได้ 2Q68 หรือช่วงกลางปี 2568
+ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนธ.ค.อยู่ที่ 49.7 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนพ.ย.2565 ที่ระดับ 47.9 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 25 เดือนนับจากเดือนธ.ค.2564
ปัจจัยลบ
ปัจจัยลบ
- บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผย ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ประจำเดือนธันวาคม 2565 พบว่ายังคงมีระดับใกล้เคียง กับเดือนก่อนหน้าที่ 34.7 จากในเดือนพ.ย. 2565 ที่ 35.0 (ลดลงเล็กน้อย) ซึ่งเดือนธ.ค.เป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ครัวเรือนอาจมีความกังวลเพิ่มขึ้นจากการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขเงินฟ้อสหรัฐชะลอตัวลงสอดคล้องกับตลาดคาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,680-1,700 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
• การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องและจีนเปิดประเทศ : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากรายได้ปรับขึ้นตามค่า FT แต่ต้นทุนเริ่มคงที่ : GPSC BGRIM RATCH
• หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
• หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเด่น IAA : AOT ADVANC BBL COM7 CPALL
หุ้นรายงานพิเศษ
TFG (Bloomberg Consensus 8.50 บาท)
TFG 3Q65 กำไรโต +481%YoY
•รายได้ 3Q65 เท่ากับ 14,797 ลบ. +75%YoY, +20%QoQ และกำไร 1,734 ลบ. +481%YoY, +40%QoQ โดยสาเหตุหลักมาจากราคาขายไก่และสุกรปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยรายได้จากธุรกิจไก่เติบโตราว 6,220 ลบ. +59%YoY, +5%QoQ โดยราคาไก่เฉลี่ยในไตรมาส 3 ปรับตัวขึ้น 66 บาท/กก. +58%YoY, +18%QoQ สอดคล้องกับธุรกิจขายสุกรรายได้ราว 3,470 ลบ. +65%YoY, +13%QoQ สาเหตุมาจากราคาสุกรปรับตัวขึ้น 105 บาท/กก. +67%YoY, +11%QoQ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นจาก 4% ในงวด 3Q64 เป็น 21% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิพลิกจากขาดทุนใน 3Q64 เป็นบวกใน 3Q65 ที่ระดับ 12%
•ผู้บริหารมองรายได้ทั้งปี 65 เติบโตแตะ 4.0-4.5 หมื่นล้านบาท +20%YoY หลังราคาไก่ใน 4Q65 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องที่ระดับ 67 บาท/กก. +50%YoY, +2%QoQ ด้านต้นทุนอาหารสัตว์ปรับตัวขึ้นราว 2-3% แต่ธุรกิจได้มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าทั้งใน 4Q65 และ 1Q66 ทำให้ได้รับผลกระทบน้อย มองอัตรากำไรขั้นต้น 4Q65 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 20-21% โดย 2Q65 อยู่ที่ระดับ 19% ขณะที่ retail shop ปัจจุบันทำได้ตามเป้าที่วางทั้งปี 65 มีสาขารวม 220 สาขา โดยรายได้แต่ละสาขาราว 100,00-150,000 บาทต่อวัน หนุนรายได้เติบโตต่อเนื่อง
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 ปี 65 และ ไตรมาส 1 ปี 66 ภาคการบริโภคเข้าสู่ช่วง high season อีกทั้งในญี่ปุ่นกังวลไข้หวัดนกระบาด โดยมีการฆ่าไก่กว่า 10 ล้านตัว ด้วยสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นราว 28% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด จึงเป็นโอกาส ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 65 เฉลี่ย 4,552 ล้านบาท +710%YoY คาดกำไร 4Q65 ราว 1,585 ลบ. -9%QoQ โดย 9M65 มีกำไร 3,591 ลบ.+874%YoY สามารถทำได้ 79% ของประมาณการ consensus ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา +3%YTD ทำให้หุ้นซื้อขายที่ P/E 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 19 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ”
หุ้นมีข่าว
(+) TRUE-DTAC (Bloomberg consensus 5.20 , 51.00 บาท) บอร์ด TRUE-DTAC มีมติจัดตั้งบริษัทใหม่หลังควบรวมภายใต้ชื่อ "บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE" พร้อมเคาะอัตราจัดสรร 1 หุ้นเดิม TRUE ต่อ 0.60018 หุ้นบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิม DTAC ต่อ 6.13444 หุ้นในบริษัทใหม่ พร้อมขอพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราว 9 วันทำการ 20 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2566 รอการควบรวมเสร็จก่อนนำหุ้นใหม่เข้าซื้อขาย คาดควบรวมแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีนี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SKY (Bloomberg consensus - บาท) ได้ดีท่องเที่ยวบูม ต่างชาติแห่เข้าไทย บริหารดาต้าและแอปพลิเคชัน SAWASDEE ให้ AOT ชี้ยอดโหลดแอปทะลุ 7 แสนแล้ว ปีนี้แตะ 1 ล้านราย หาพันธมิตรต่อยอดบริการหนุนนักท่องเที่ยว งานในมือเพียบ 2.28 หมื่นล้านบาท คาดปีนี้รับรู้ 2 พันล้านบาท ประมูลเพิ่มปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท เน้น Digital Platform และ AI Solutions ต่อยอดงานระบบและบริการการบิน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) WICE (Bloomberg consensus 12.10 บาท) รับอานิสงส์หลังจีนเปิดประเทศเต็มสูบ ช่วยหนุนกลุ่มโลจิสติกส์วอลุ่มทะลัก พร้อมเดินหน้าขยายตลาดร่วมกันในประเทศจีน โดยเพิ่มเส้นทางการขนส่งจีนไปสหรัฐตามแผน ยังคงเป้ารายได้ปี 2566 ที่คาดจะเติบโต 20% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) STPI (Bloomberg consensus - บาท) ทุ่ม 1.5 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม “มอนสูน” 600 เมกะวัตต์ สปป.ลาว ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเสริมแกร่ง เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปี 68 ขายไฟฟ้าให้เวียดนาม ด้านผู้บริหารมั่นใจสร้างรายได้และกำไรต่อเนื่อง (ที่มา ข่าวหุ้น)









