วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway หุ้นรายงานพิเศษ PT (11 ม.ค. 2565)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเริ่มพักตัวเล็กน้อย หลังจากพุ่งขึ้นต่อเนื่อง เห็นการทำ Sector Rotation แรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้นกลุ่มอาหาร ส่วนแรงขายมาจากหุ้นกลุ่มค้าปลีก

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,691.41 จุด +0.29 จุด +0.02% มูลค่าการซื้อขาย 80,561 ลบ. ต่างชาติ +4,299.15 ลบ. TFEX -4,083 สัญญา ตราสารหนี้ +7,975.79 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 186.45 จุด หรือ +0.56% หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งล่าสุด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 49 เซนต์ +0.6% ปิดที่ 75.12 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้เชื้อเพลิงทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีหน้า
+ สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นักท่องเที่ยวของจีนพากันหันมาสนใจเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทาง เนื่องจากไม่พอใจต่อการที่บางประเทศเลือกปฏิบัติโดยการออกมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดต่อผู้ที่เดินทางจากจีน
+ ธนาคารกรุงไทยคาด GDP ไทยปี 2566 โต 3.4% อานิสงส์ภาคท่องเที่ยวหนุน ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอส่งผลให้ส่งออกโตเหลือ 0.7% คาดดอกเบี้ยทะยานแตะ 2% ก่อนพุ่งสูงสุดที่ระดับ 2.5% ในปี 2567 ฟันธงไทยเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นเต็มตัว
+ ครม. เห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 3.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่กำหนดไว้ที่ 3.185 ล้านล้านบาท เป็นจำนวน 165,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.18%

 

ปัจจัยลบ 

- จีนระงับการออกวีซ่าให้แก่ผู้ที่เดินทางจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อตอบโต้ต่อการที่ทั้งสองประเทศออกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดต่อผู้ที่เดินทางจากจีน
- หอการค้าไทยคาดส่งออกไทยปี 2566 เสี่ยงติดลบ 0.5% ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี จาก 7 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ด้าน สรท. แนะแบงก์ชาติดูแลค่าบาทให้เหมาะสม
 

 

- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกไทยปี 66 ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยที่ต้องติดตามต่างๆ ว่า คาดว่ามูลค่าการส่งออกของไทยปี 66 จะอยู่ที่ 295,203 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 1.0% หรือมีช่วงคาดการณ์ระหว่าง 290,819-296,665 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ 0.5% ถึงบวก 1.5% ต่ำสุดในรอบ 3 ปีนับจากปี 63 เป็นต้นมา
+/- FETCO เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือน ธ.ค.65 พบว่า ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 121.75 ลดลง 2.1% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง"

 

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีในวันนี้มียังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนจับตาสหรัฐเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนธ.ค.ในวันพฤหัสบดีนี้ คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,685-1,700 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• ช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
• การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องและจีนเปิดประเทศ : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากรายได้ปรับขึ้นตามค่า FT แต่ต้นทุนเริ่มคงที่ : GPSC BGRIM RATCH
• หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
• หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเด่น IAA : AOT ADVANC BBL COM7 CPALL

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                             PT ( “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเหมาะสมปี 23 เท่ากับ 6.50 บาท)

                                                                 การลงทุนของลูกค้าเริ่มกลับมา

•แนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 22 ต่อเนื่องถึงปี 23 ยังเติบโตได้ดี จากอานิสงส์ของการเปิดประเทศ ทำให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆและการลงทุนของลูกค้าเริ่มกลับมา โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรม ประกอบกับความต้องการทำ Digital Transformation และ Cyber Security ที่ยังอยู่ในระดับสูง เราคงประมาณการรายได้ปี 22-23 ที่ระดับ 2,351.0 ล้านบาท และ 2,524.3 ล้านบาท เติบโต +11.7%YoY และ +7.4%YoY พร้อมคงกำไรสุทธิปี 22-23 ที่ระดับ และ 133.6 ล้านบาท และ 140.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +46.5%YoY และ +2.9%YoY ตามลำดับ

•ความเห็น เราประประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปี ที่ 13.0 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 23 เท่ากับ 6.50 บาท คงคำแนะนา “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% ต่อปี

 

หุ้นมีข่าว

(+) TPIPP (Bloomberg consensus 3.60 บาท) เผยมีคาร์บอนเครดิตสะสมพร้อมขาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอขึ้นทะเบียนให้เป็นสากล เพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อขายราคาดี ขณะที่เดินหน้าขยายโซลาร์ฟาร์ม 60 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 7.9 เมกะวัตต์ ดันกำลังผลิตปี 2566 ทะลุ 507.9 เมกะวัตต์ แถมร่วมประมูลพลังงานทดแทนรัฐ 1.5 พันเมกะวัตต์ มั่นใจปี 2566 รายได้รวมเกิน 1 หมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WPH (Bloomberg consensus - บาท) ปักธงแผนงานปี 2566 รายได้รวมเติบโตสูงกว่า 20% จากปีก่อน ยิ้มรับเปิดประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลักภาคใต้ พร้อมรับอานิสงส์ทางอ้อมจีนกลับเข้าเที่ยวไทย ชูอัตราการใช้พื้นที่เตียง OPD-IPD รพ.ตรัง-รพ.กระบี่ยังสูงกว่า 90% เดินหน้าสร้าง รพ.สมุย คาดแล้วเสร็จเปิดให้บริการในกลางกุมภาพันธ์ 2566 นี้ แย้มไม่เกินมีนาคม 2566 มีข่าวดี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) VRANDA (Bloomberg consensus 9.43 บาท) เผยจีนเข้าไทยหนุนยอดจองเพิ่ม แถมนักท่องเที่ยวต่างชาติคึกคัก เผยสมุยยอดจองกว่า 80% รายได้ค่าห้องพักปรับขึ้น ลุ้นทั้งปี 2566 คาดอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 60% จากไตรมาส 4/2565 ที่ทำได้ราว 65% ส่วนรายได้เติบโต 20% มองเป้าหมาย "เขาใหญ่" สร้างโรงแรมต่อไป (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NER (Bloomberg consensus 7.60 บาท) ตั้งเป้าปี 2566 ปริมาณขายรวมที่ 5 แสนตัน รายได้แตะ 3 หมื่นล้านบาท จากปริมาณออเดอร์จากลูกค้า-ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น จากการเปิดประเทศของจีน พร้อมรุกตลาดอินเดียเพิ่มยอดขายอีก 10% จากกำลังการผลิตทั้งหมด อัดงบลงทุน 400 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต - ลงทุนงานวิจัยและพัฒนา (R&D) (ที่มา ทันหุ้น)