งวด 3Q65 ขาดทุนต่อเนื่อง 163 ลบ. จากสินค้าคงเหลือลดลง: บริษัทรายงานรายได้งวด 3Q65 เท่ากับ 70 ลบ. -67%YoY -76%QoQ เนื่องจากสินค้าพร้อมขายที่ลดลงเหลือเพียงราว 600 ลบ.
โดยในปีนี้บริษัทไม่มีโครงการเริ่มโอนใหม่ เนื่องจากโครงการ The Excel Lasalle 17 ที่สร้างเสร็จล่าช้ากว่าแผนเนื่องจากมีปัญหาสภาพคล่อง ขณะที่ %GPM อยู่ที่ระดับ 15.6% (3Q64 = 14.0%, 2Q65 = 3.1%) ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากฐานต่ำ เพราะมีการขายบิ๊กล็อตโครงการ The Excel Ratchada 18 ในราคาทุน นอกจากนี้ บริษัทยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการ JV อีก 12 ลบ. ส่งผลให้งวด 3Q65 มีผลขาดทุน 162.9 ลบ. ขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกัน 5 ไตรมาส โดยช่วง 9M65 มีผลขาดทุนรวม 395.8 ลบ. สูงกว่าประมาณการทั้งปี 65 เดิมที่คาดขาดทุนราว 332.4 ลบ.
• ปรับปรับประมาณการขาดทุนปี 65 เพิ่มขึ้นเป็น 553 ลบ. หลังจาก 9M65 ขาดทุนมากกว่าที่คาด: เราปรับประมาณการรายได้ปี 65 ลดลง 34% สู่ 635 ลบ. -43%YoY และปรับคาดการณ์ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นราว 553 ลบ. จากเดิมคาดขาดทุนราว 332 ลบ. หลังจากช่วง 9M65 มีรายได้ 535 ลบ. คิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปี 65 และขาดทุน 396 ลบ. มากกว่าทั้งปี 65 ที่คาดว่าจะขาดทุนราว 332 ลบ. เนื่องจากโครงการ The Excel Lassalle 17 มูลค่ากว่า 1.5 พันลบ. มียอดจองกว่า 80% สร้างเสร็จล่าช้ากว่าแผนไปเป็นกลางปี 66 ทำให้สินค้าพร้อมขายปีนี้ลดลงเหลือเพียง 600 ลบ.
• คงประมาณกำไรทั้งปี 66 ราว 150 ลบ. แต่ช่วง 1H66 อาจยังขาดทุน: เราคงประมาณการรายได้และกำไรปี 66 ที่ราว 2.3 พันลบ. และ 150 ลบ. ตามลำดับ โดยโครงการหลักที่จะรับรู้รายได้ในปี 66 คือ The Excel Ratchada-Huai Kwang และ The Excel Lasalle 17 ซึ่งมียอดจองรวมราว 2 พันลบ. (คิดเฉลี่ยเป็น 75% มูลค่าโครงการ) คาดจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนช่วง 3Q66 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการช่วง 1H66 อาจยังเผชิญผลขาดทุน เนื่องจากสินค้าคงเหลือที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำจากปัจจุบันที่มีสินค้าพร้อมโอนเพียง 600 ลบ. และยังไม่มีโครงการใหม่เริ่มโอนในช่วง 1H66 ทั้งนี้ ผลประกอบการยังมีอัพไซต์จากโครงการบ้านเดี่ยว The August Sathorn-Ratchaphruek มูลค่า 560 ลบ. จำนวน 39 หลัง คาดจะ Launch ช่วงต้นปี 66 เริ่มสร้างและโอนช่วงกลางปี 66 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังไม่ถูกรวมในประมาณการปี 66 เนื่องจากบริษัทอาจยังเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาสภาพคล่อง
• ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” และคงราคาเหมาะสมปี 66 ราว 1.00 บาท: เราคงราคาเหมาะสมของหุ้น ALL ปี 66 ที่ 1.00 บาท ซึ่งอิง Prospective PE ณ ระดับ 9x เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มย้อนหลัง 3 ปี (3Yr-Avg.Sector PE) และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 66 ราว 0.11 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวลงทำให้ Upside เปิดกว้างกว่า 50% เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิมแนะนำ “ขาย”
อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ซื้อขายอย่างระมัดระวังเนื่องจาก 1) คาดผลประกอบการ 4Q65-1H66 อาจยังเผชิญผลขาดทุน 2) จำนวนหุ้นกู้แปลงสภาพที่อาจใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญในอนาคตคงเหลือ 258.2 ล้านหุ้น (ยังไม่ถูกรวมใน Diluted EPS) 3) หุ้นเพิ่มทุน General Mandate จำนวน 433.7 ล้านหุ้นที่อาจถูกใช้สิทธิในอนาคต (ยังไม่ถูกรวมใน Diluted EPS) และ 4) หุ้นเพิ่มทุน PP จำนวน 359.1 ล้านหุ้น (รวมใน Diluted EPS ปี 65-66 แล้ว) ที่ทยอยใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันใช้สิทธิ์ไปแล้วจำนวน 273 ล้านหุ้น และคงเหลืออีกจำนวน 86.1 ล้านหุ้น
ความเสี่ยง
1) สถานการณ์ COVID-19 ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
2) ความล่าช้าในการก่อสร้าง
3) แนวโน้มการโอนโครงการต่ำกว่าที่คาด
4) บริษัทออกหุ้นกู้แปลงสภาพซึ่งมีสิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญซึ่งอาจถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญในอนาคต และทำให้เกิด Dilution Effect
5) บริษัทมีหุ้นเพิ่มทุน PP และ General Mandate จำนวน 792.7 ล้านหุ้น ซึ่งอาจถูกใช้สิทธิในอนาคต และทำให้เกิด Dilution Effect









