วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ผสมผสาน

แกว่งตัวรอปัจจัยชี้นำการลงทุน ตลาดหุ้นโลกวานนี้ปรับลดลงทุกภูมิภาค หลังช่วง 1 สัปดาห์ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ตอบรับปัจจัยบวกระยะสั้น โดยเฉพาะจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอลงอาจนำไปสู่การชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม 13-14 ธ.ค.

ทั้งนี้ตลาดกลับสู่การแกว่งตัวหลังปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวมออกมาผสมผสาน ได้แก่ 1) ยอดค้าปลีก ต.ค. ของสหรัฐฯ ออกมา 1.3% (สูงกว่าคาดที่ 1.0% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนที่ทรงตัว 0%) 2) การรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง NVIDIA ที่ต่ำคาด (EPS $0.58 vs คาดการณ์ที่ $0.71) 3) ผลประกอบการของหุ้นค้าปลีกอย่าง TARGET ที่ต่ำคาด (EPS $1.54 vs คาดการณ์ที่ $1.26) ทั้งนี้ระดับสินค้าคงคลังที่สูง ทำให้นักลงทุนประเมินกลุ่มค้าปลีกสหรัฐฯ อาจต้องปรับลดราคาลง ซึ่งจะกระทบกับอัตรากำไรของไตรมาส 4/65 ที่จะถึง

 

SET Index ชะลอตามแรงซื้อต่างชาติ แต่คาดแรงซื้อสถาบันจะกลับมาจากการการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตลาดหุ้นไทยชะลอตัวในระยะสั้นจากแรงขายปรับพอร์ตจากการที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเพิ่มระดับการควบคุมความเสี่ยงผ่านกลไกการวางหลังประกัน รวมถึงการปรับลดอัตราการให้เงินกู้ยืมสำหรับหลักทรัพย์โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ขณะเดียวกันแรงซื้อต่างชาติเริ่มชะลอตัวช่วงสั้นหลังการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาท อย่างไรก็ตามเรายังมองทิศทางเงินทุนต่างชาติไหลกลับในช่วงปลายปีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคที่ผลักดันจากการฟื้นตัวของท่องเที่ยวและภาคบริการ ขณะที่คาดแรงนักลงทุนสถาบันจะพลิกจากขายสุทธิกลับมาเป็นฝั่งซื้อในช่วงปลายปี จากการใช้สิทธิ์ลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนสิ้นปี
 

ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO  2) การขายไฟพลังงานมทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP 3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรผ่านจุดสูงสุด ADVANC, EGCO, RATCH 4) อสังหาริมทรัพย์ SPALI, AP, LH, ASW 5) หุ้นเข้า MSCI (มีผล 30 พ.ย.) BAM, ERW, JWD, NEX, RAM 6) มีโอกาสเข้า SET50 ได้แก่ DELTA, RATCH, COM7, CENTEL 

 

ภาพรวมกลยุทธ์: อาจผันผวนจากการปรับพอร์ตระยะสั้น แต่ยังมองบวกภาพระยะ 3-6 เดือน มอง SET แกว่ง 1,614-1,635 จุด และหากผ่าน 1,655 จุด จะทำให้ภาพทางเทคนิคเปลี่ยนแปลงไปเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ เน้นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง และบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ //หุ้นแนะนำ: BCH*, SCGP*, DMT*, VRANDA*

แนวรับ: 1,614 / แนวต้าน : 1,635 และ 1,655 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลงเป็นเดือนที่ 11 - ลดลง 5 จุด สู่ระดับ 33 ในเดือนพ.ย. ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 36

สหรัฐเผยยอดค้าปลีกสูงกว่าคาด - เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.0% หลังจากทรงตัวในเดือนก.ย.

EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากกว่าคาด – ลดลง 5.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 400,000 บาร์เรล

โอเปคยันพร้อมแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตลาดน้ำมัน – เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) พร้อมดำเนินการแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตลาดน้ำมัน

นาโตชี้ยูเครนอาจยิงขีปนาวุธจากระบบป้องกันภัยทางอากาศพลาดตกใส่โปแลนด์ – อาจเป็นขีปนาวุธระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนเพื่อสกัดขีปนาวุธของรัสเซีย

การส่งน้ำมันไปยุโรปบางส่วนถูกระงับชั่วคราว หลังโรงไฟฟ้ายูเครนถูกโจมตี – ผู้ให้บริการท่อส่งน้ำมันของฮังการีและสโลวาเกียเปิดเผยว่า การลำเลียงน้ำมันที่ส่งไปยังพื้นที่ยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางผ่านท่อส่งดรูซบาร์ (Druzhba) ได้ถูกระงับชั่วคราว

ธปท.คาด GDP Q3/65 โตกว่า 3% เงินบาท-ทุนเคลื่อนย้ายยังปกติ - การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และเงินทุนเคลื่อนย้ายในช่วงนี้ถือว่ายังปกติ และไม่กระทบต่อเสถียรภาพโดยรวม อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ต.ค.65 ยังเป็นไปตามที่ ธปท.คาดการณ์

BBL เคาะลดดอกเบี้ยกู้ให้กับ ADVANC หลังดีล JASIF – ลดดอกเบี้ยกู้เหลือ MLR-0.5% จากเดิม MLR พร้อมยืดหนี้ให้ปีหน้าจ่ายแค่ 50 ลบ. จากปีละ 1 พันลบ.

OR เตรียมดันร้าน "โอ้กะจู๋" เข้า SET ปี 67 - บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ที่ OR ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนราว 20% มีแผนจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 67 OR คาดจะคงสัดส่วนหุ้นใกล้เคียงเดิมหลังการเพิ่มทุน

 

ประเด็นติดตาม: 17 พ.ย. – EU CPI, US Building Permits / 18 พ.ย. –US Existing Home Sales / 20 พ.ย. – TH GDP Q3 / 23 พ.ย. – US New Home Sales, US Core Durable Goods Orders

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)