สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/2565: กลุ่มเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ มีความโดดเด่น
กำไร 3Q22 ของ KGI universe เติบโต 14% YoY แต่ลดลง 41% QoQ; โดยผลประกอบการที่อ่อนแอของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กดดันโมเมนตัมของกำไร QoQ
ในช่วงไตรมาส 3/2565 กำไรรวมของหุ้นที่อยู่ใน KGI universe 1.64 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY แต่ลดลง 41% QoQ ทั้งนี้ การลดลงของกำไร QoQ เป็นผลมาจากหุ้นหลายตัวในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีรายงานขาดทุนจากการขาดทุนของสินค้าคงคลัง หากไม่รวมหุ้นสองกลุ่มดังกล่าว กำไรรวมของหุ้นใน KGI universe จะเพิ่มขึ้น 49% YoY และลดลงเพียง 2% QoQ... ทั้งนี้เราพบว่า 34% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดแจ้งกำไรดีกว่าคาด อีก 33% เป็นไปตามที่คาด และอีก 34% ที่เหลือนั้นมีผลกำไรต่ำกว่าที่consensus คาดการณ์
กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มการแพทย์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รายงานกำไรดีกว่าคาด ขณะที่กลุ่มไฟฟ้าการเงิน และวัสดุก่อสร้าง ส่วนใหญ่งรายงานผลประกอบการตํ่ากว่าที่ประเมิน
ดังที่แสดงในภาพที่ 3 เราพบว่ากลุ่มโรงแรม การแพทย์ และอสังหาฯ รายงานกำไรดีกว่าในไตรมาส 3/2565 ขณะที่ในฝั่งที่กำไรต่ำกว่าคาดการณ์นั้น กลุ่มโรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หุ้นกลุ่มการเงินถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น + ประเด็นหนี้เสีย และกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีแรงกดดันจากต้นทุนพุ่งสูง ในเชิงกลยุทธ์ เรามองว่าหุ้นกลุ่มไฟฟ้าและกลุ่มการเงินอาจมีช่วงฟื้นตัวได้ในระยะสั้น เนื่องจากแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีน้อยลง ขณะที่ผลประกอบการน่าจะผ่านช่วงที่อ่อนแอสุดไปแล้ว
เราเห็นการปรับลดประมาณการกำไรปี 2565 แล้ว แต่สำหรับปี 2566 เรามองว่ากำไรสุทธิของ บจ. จะยังยืนระยะได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่เร่งตัวขึ้นตามปัจจัยบวกภายในประเทศ
เนื่องจากหุ้นตัวหลัก ในหลายกลุ่มได้รายงานกำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ เราพบว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2565 ลง โดย EPS ของตลาดในมุมมองของเราและจาก Bloomberg consensus อยู่ที่ 107 และ 104 ตามลำดับ และในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจยังคงเห็นการปรับลดประมาณการอยู่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการปรับ EPS สำหรับปี 2566 ดูจะเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้คาดไว้แล้วว่าราคาน้ำมัน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับลดลงในปีหน้า ในขณะที่คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเร่งตัวขึ้นอีก ทั้งนี้ market EPS ปี 2566 ของฝ่ายวิจัย KGI และของ Bloomberg consensus อยู่ที่ 113 และ 109 ตามลำดับ
ยังคงมุมมองว่าความเสี่ยงทางลงของ SET Index มีจำกัด และคงมุมมองเขิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย
เราแสดงในรูปที่ 5 ถึงตาราง sensitivity ของ SET Index อิงตัวเลขผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ระดับต่างๆ รวมทั้งตัวเลข earnings yield gap (EYG) ทั้งนี้ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีขยับลง 40bps มาอยู่ที่ 2.80%... หากสมมติว่าปัจจัยอื่นๆ คงที่ และด้วยค่าเฉลี่ย EYG ระยะยาวที่ 4.0% ระดับ downside ของดัชนี SET ไม่น่าจะลงไปต่ำกว่า 1,600 จุด ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงเป้าหมายดัชนีปี 2566 ที่ 1,808 อิง PE เป้าหมายที่ 16.0 เท่า และยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย เราชื่นชอบหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคาร กลุ่มการท่องเที่ยวและการบริโภค เช่น BBL*, KTB*,
AOT*, BDMS*, CPALL* และ HMPRO* และสำหรับหุ้นขนาดกลางนั้น เราเลือกหุ้น PLANB* และ PTG*









