วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPI สหรัฐต่่ำคาด หุ้นรายงานพิเศษ FPI (11 พ.ย. 2565)

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ลบต่ำสุดราว -11 จุด มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ตามมาด้วยกลุ่มไอซีที ในช่วงนี้เป็นช่วงรายงานงบ 3Q65 ทำให้หุ้นที่งบดีกว่าตลาดคาดมีแรงซื้อ

ในทางกลับกัน งบที่ต่ำกว่าคาด หุ้นจะเผชิญแรงขาย  นอกจากนี้นักลงทุนติดตามการรายงานตัวเลข CPI ของสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,619.23 จุด -3.22 จุด -0.20% มูลค่าการซื้อขาย 59,802 ลบ.ต่างชาติ +1,021.10 ลบ. TFEX +9,910 สัญญา ตราสารหนี้ +5,326.40 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 1,201.43 จุด +3.70% ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดพุ่งขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ขานรับดัชนี CPI ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และจะเป็นปัจจัยหนุนให้ FED ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 64 เซนต์ +0.8% ปิดที่ 86.47 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการคาดการณ์ที่ว่า FED จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด
+ สหรัฐเปิดเผยว่าดัชนี CPI ทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 7.7%YoY ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.9% และชะลอตัวจากระดับ 8.2% ในเดือนก.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 6.3%YoY ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.5% และชะลอตัวจากระดับ 6.6% ในเดือนก.ย.
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 80.6% ที่ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. และให้น้ำหนัก 19.4% ที่ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75%
+ หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. สูงสุดในรอบ 10 เดือน ประชาชน-เอกชน เชื่อมั่นเศรษฐกิจเริ่มฟื้น คาดปีหน้าไทยโต 3.5-4% กลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนก่อนเกิดโควิด

+ ทำเนียบขาวแถลงว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้น่าจีน จะจัดการประชุมทวิภาคีที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 14 พ.ย. ก่อนที่การประชุมสุดยอดของกลุ่ม G20 จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 พ.ย.

 

ปัจจัยลบ  

- นายแซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ผู้ก่อตั้ง FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินคริปโท ส่งข้อความแจ้งต่อพนักงานว่า เขากำลังพิจารณาทางเลือกทุกอย่างสำหรับบริษัท หลังจาก Binance ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงซื้อกิจการ FTX และเขาจะปกป้องลูกค้าและให้ความช่วยเหลือพนักงานและนักลงทุน
- กยท. เปิดเผยว่า อีก 2 เดือนจากนี้ (พ.ย.-ธ.ค. 2565) เชื่อว่าราคายางพาราจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงปิดกรีด ผลผลิตยางออกสู่ตลาดประมาณ 3-4% ของผลผลิตรวมทั้งปี จากปกติผลผลิตจะมี 9-10% ของผลผลิตรวมทั้งปี และสต็อกยางพาราในประเทศได้รับผลกระทบจากผลผลิตทั้งปีลดลง 43% จากน้ำท่วมในหลายพื้นที่
 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงหนุนจากสหรัฐรายงานตัวเลข CPI ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ขณะที่นักลงทุนยังติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะสิ้นสุดกลางสัปดาห์หน้า คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,610-1,630 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL KBANK
• ลุ้น ครม. คนละครึ่งเฟส 6 และ เราเที่ยวด้วยกัน : TNP KK ERW CENTEL VRANDA ASAP SPA AAV BA AOT
• ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว : TU GFPT TFG ASIAN
• ลุ้นมาตรการอุดหนุน EV เข้า ครม. เดือน พ.ย. นี้ : EA NEX BYD GPSC
• MSCI Rebalancing มีผล 30 พ.ย. : MSCI Global Standard หุ้นเข้า : - , หุ้นออก : BAM
MSCI Global Small Cap หุ้นเข้า: BAM, ERW, JWD, NEX, RAM หุ้นออก: PSG, SYNEX

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                              FPI ซื้อ ราคาเหมาะสม 5.15 บาท
                                       "มุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 4Q65 และโมเมนตัมยังดีไปยังปี 66"

CPI สหรัฐต่่ำคาด หุ้นรายงานพิเศษ FPI (11 พ.ย. 2565)

•กำไรงวด 3Q65 เท่ากับ 116.5 ลบ. +67%YoY +14% เป็นไปตามคาด: บริษัทรายงานรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 709.4 ลบ. (สูงกว่าคาด 4%) +34%YoY +10%QoQ โดยมีปัจจัยเติบโตจาก 1) ออเดอร์ปัจจุบันค่อนข้างแน่น 2) การอ่อนค่าของเงินบาท และ 3) ค่าขนส่งที่ปรับตัวลง ทำให้ยอดขายในทวีปตะวันออกกลางและอเมริกาใต้เติบโตต่อเนื่อง

•คงประมาณการกำไรทั้งปี 65 ที่ราว 464 ลบ. +41%YoY เติบโตทำ New High โดยคาดกำไรงวด 4Q65 เติบต่อเนื่อง QoQ จากออเดอร์ในปัจจุบันที่ค่อนข้างแน่น ประกอบกับค่าระวางเรือที่ปรับลงราว 50-75% ช่วยสนับสนุนรายได้ส่งออก

•แนวโน้มปี 66 คาดการณ์กำไรราว 519 ลบ. +12%YoY โดยปัจจุบันมี Backlog จากลูกค้า OEM ราว 1 พันลบ. ทยอยรับรู้ปีละราว 500 ลบ. ส่วนกลุ่มตลาด Replacement คาดยังเติบโตดี โดยปี 66 บริษัทมีแผนเปิดโมเดลใหม่ในกลุ่มรถยนต์อเมริกัน ประกอบกับขยายฐานลูกค้าใหม่ในแถบประเทศอียิปต์ และเม็กซิโก

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 4Q65 และโมเมนตัมยังดีไปยังปี 66 โดยปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE เพียง 11.9x ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 15x โดยเราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 66 ที่ราว 5.15 บาท (จากเดิม 4.60 บาท) ซึ่งราคาหุ้นมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบันกว่า 38% และจ่ายปันผลในอัตราราว 3-4% ต่อปี เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) MINT ( Bloomberg Consensus 37.00 บาท) รับเต็มทุกธุรกิจฟื้นตัวแกร่ง ดันผลกำไรในไตรมาส 3/2565 สูงกว่าก่อนการระบาดของโควิด-19 พลิกมีกำไร 4.6 พันล้านบาท โต 1,159% ชูธุรกิจโรงแรมในยุโรปและละตินอเมริกาโชว์ผลงานนิวไฮ รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักพุ่ง ด้านธุรกิจร้านอาหารโตทุกสาขา อวดเงินสดในมือ 2.7 หมื่นล้านบาท พร้อมลงทุน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BH ( Bloomberg Consensus 219.00 บาท) ส่งซิกไตรมาส 4/2565 ฟอร์มแจ่ม รับอานิสงส์คนไข้ต่างชาติ พร้อมอวดกำไรไตรมาส 3/2565 พุ่ง 407.2% ผู้ป่วยใช้บริการอื้อ-คุมเข้มต้นทุนแจ่ม ล่าสุดเปิดศูนย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารรับทรัพย์ ชูจุดแข็งมีหมอประจำทุกวัน หวังดึงดูดผู้ใช้บริการเพิ่ม ที่มา ทันหุ้น)

(+) SAPPE (Bloomberg consensus 51.00 บาท) เปิดผลงานไตรมาส 3/2565 มีรายได้รวม 1,356.6 ล้านบาท เติบโต 25.2% และกำไรสุทธิ 178.1 ล้านบาท เติบโต 25.5% ทำ All Time High ทำสถิติสูงสุดใหม่ติดต่อกัน 3 ไตรมาส ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 3,832.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 498.8 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 30-35% เตรียมติดสปีดขยายตลาดต่างประเทศ โฟกัสฝรั่งเศส ต่อยอดความสำเร็จผลิตภัณฑ์ Mogu Mogu (ที่มา ทันหุ้น)

(+) III (Bloomberg consensus 17.35 บาท) ไตรมาส 4/2565 วอลุ่มต่อเนื่อง คาดปีหน้าเที่ยวบินเพิ่มแตะ 60-70% จากปัจจุบัน 30-40% และคาดจะเพิ่มขึ้นในปี 2566 ลุ้นจีนคลายล็อกดาวน์ต้นปีหน้า หนุนการขนส่งบูม พร้อมใส่เกียร์ขนส่งทางรางระหว่างประเทศ เตรียมยื่นไฟลิ่ง ANI เดือน เม.ย. 2566 พร้อมลงสนามเทรดภายในไตรมาสที่ 3/2566 หรือปลายไตรมาสที่ 4/2566 ที่มา ทันหุ้น)