เราคาด IIG จะรายงานกำไรสุทธิไม่สดใสที่ 20 ล้านบาท (-18% YoY และ -16% QoQ) ใน 3Q65F โดยถูกกดดันจากปัจจัย i) ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาทจากการเตรียมเข้าลงทุน 51% ใน Lansing Business System Company Limited (Lansing) และ ii) อัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการลงทุนใน Lansing เราคาดว่าใน 3Q65F กำไรปกติจะอยู่ที่ 23.5 ล้านบาท (+1%YoY และ +1% QoQ) ส่งผลให้งวด 9M65F มีกำไรปกติอยู่ที่ 74 ล้านบาท (+34% YoY)
ทางด้านรายได้รวมใน 3Q65F เราคาดว่า IIG จะทำรายได้สูงสุดต่อเนื่องที่ 246 ล้านบาท (+43% YoY และ +6% QoQ) โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจทั้ง CRM และ ERP ในขณะที่เราคาดว่ารายได้ 4Q65F จะเร่งตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้อีก เพราะเป็นช่วง high season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q65F คาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 24.0% (-6.4ppts YoY และ -0.3ppts QoQ) เนื่องจาก IIG มีค่าใช้จ่ายด้าน outsource ต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับการเร่งขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยที่จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 380 คน (+9% QoQ) ใน 3Q65 จาก 350 คนใน 2Q65
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2565F ลงเล็กน้อยที่ 5%
เนื่องจากอัตรากำไรขึ้นต้นฟื้นตัวช้ากว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เราจึงปรับลดประมาณการปี 2565F ลงที่ 5% อย่างไรก็ตาม เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566F ไว้เช่นเดิม เนื่องจากเราคาดว่า EPS ปีหน้าจะมี downside risk ที่จำกัด โดยได้รับปัจจัยบวกชดเชยจากการลงทุนใน Lansing
เราคาดว่าการลงทุนใน Lansing ของ IIG จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยการที่ IIG จะออกหุ้นใหม่เพิ่มจำนวน 8.72 ล้านหุ้นและจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นของ Lansing Holding ในเบื้องต้นหากรวมผลจาก dilution effect ประมาณ 8% และ โอกาสที่จะได้กำไรส่วนเพิ่มจากการลงทุนใน Lansing ซึ่งเรามองการลงทุนดังกล่าวเป็นบวกและอาจเพิ่มประมาณการ EPS ปี 2566F ของเราได้ประมาณ 3-5% โดยเรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการปี 2566F
Valuation & action
ถึงแม้โมเมนตัมของกำไรสุทธิในระยะสั้นจะยังไม่สดใส แต่เราเชื่อว่าแนวโน้มกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งได้ในระยะยาว เราจึงยังคงแนะนำซื้อ IIG ราคาเป้าหมายปี 2566F ที่ 58 บาท อิงจาก PE ปี 2565F ที่ 39.9x หรือ เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว +1.0SD ของหุ้นกลุ่มเดียวกันในภูมิภาค
Risks
ความเสี่ยงทางด้านเทคโนโลยี และ ภาวะการขาดแคลนแรงงาน









