วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศ (4 พ.ย. 2565)

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วนกลุ่มพลังงานเผชิญแรงขาย โดยตลาดหุ้นไทยถือว่าดัชนียืนแข็งกว่าตลาดหุ้นของสหรัฐที่ ปรับตัวลง 2-3% และตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับตัวลง 0.5-1.2%

หลังจากประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่สูง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,625.62 จุด +0.60 จุด +0.04% มูลค่าการซื้อขาย 52,199 ลบ. ต่างชาติ +3,029.23 ลบ. TFEX +1,701 สัญญา ตราสารหนี้ +4,129.33 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือนต.ค. จากระดับ 49.3 ในเดือนก.ย. และสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 46.6
+ ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 54.4 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 จากระดับ 56.7 ในเดือนก.ย.
+ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี 65 การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทย (ไม่รวมทองค่า) มีมูลค่า 6,089.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 42.26%YoY หากรวมทองคำ มีมูลค่า 12,413.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 72.48%YoY

 

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 146.51 จุด -0.46% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานจะผลักดันให้เฟด เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 88.17 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่จีนยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ และการที่เฟด เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย และทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง
- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.0% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ หลังจากเงินเฟ้อพุ่งทะลุ 10% ในเดือนก.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 217,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 220,000 ราย
- คณะทำงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐกล่าวหาว่า เกาหลีเหนือลักลอบส่งกระสุนปืนใหญ่ให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในการรุกรานยูเครน แม้ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีแผนจะทำเช่นนั้น
- จีนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 3,200 รายในวันพุธที่ 2 พ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้คาดแกว่งตัวผันผวนออกข้าง โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศวันนี้ ประกอบกับติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,620-1,630 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นซ่อมแซมหลังน้ำท่วม : GLOBAL DOHOME HMPRO TOA DPAINT COTTO DCC TASCO
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL KBANK
• ลุ้น ครม. คนละครึ่งเฟส 6 และ เราเที่ยวด้วยกัน : TNP KK ERW CENTEL VRANDA ASAP SPA AAV BA AOT
• ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว : TU GFPT TFG ASIAN
• ลุ้นมาตรการอุดหนุน EV เข้า ครม. เดือน พ.ย. นี้ : EA NEX BYD GPSC

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                                    SMT (Review 3Q65)
                                                              Bloomberg Consensus 6.35 บาท

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศ (4 พ.ย. 2565)

•รายงานกำไรงวด 3Q65 เท่ากับ 103 ล้านบาท +81%YoY, +45%QoQ เนื่องจากยอดสั่งซื้อจากฝั่งยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายเติบโตโดดเด่น BOX BUILD +160%YoY อีกทั้งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20% อ่อนตัวลงจากระดับ 23% ใน 3Q64 และ 22% ใน 2Q65 สาเหตุมาจากต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น

•ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 4Q65 บริษัทเน้นให้บริการด้าน IC PACKAGING และ OPTICS มากขึ้น เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี margin สูงช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวต่อเนื่อง

•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมบวกต่อ 4Q65 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อจากฝั่งยุโรปมีมากขึ้น อีกทั้งบริษัทยังเน้นขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง ด้วยแนวโน้มเงินบาทที่ยังอ่อนค่าทำให้เป็นแรงหนุนต่อผลประกอบการ ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 65 เฉลี่ย 237 ล้านบาท +13%YoY โดย 9M65 มีกำไร 231 ลบ. สามารถทำได้ 97% จากประมาณการ consensus ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมา -25%YTD ทำให้หุ้นซื้อขายที่ P/E 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 45 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) SCGP ( Bloomberg Consensus 61.50 บาท) ธุรกิจเข้าไฮซีซันท่องเที่ยว ดันอุปโภค-บริโภคขยายตัว จับตาออเดอร์สต็อกบรรจุภัณฑ์เพิ่ม พร้อมขยายตลาดใหม่ในอินเดีย บังกลาเทศ และตะวันออกกลางต่อเนื่อง เดินหน้าดีล M&P ต่อเนื่อง แย้มอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 รายปลายปีมีข้อสรุป ลุ้นจีนเปิดประเทศจะดันดีมานด์อีก เป้ารายได้ปี 2566 โตต่อสองหลัก ปี 65 เข้าเป้า 1.5 แสนล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IIG ( Bloomberg Consensus 52.75 บาท) ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 แตะ 1.5 พันล้านบาท ส่วนปีนี้ลุ้นผลงานทะลุเป้า วางเกมควบรวมหลายองค์กรทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ดีมานด์เทคโนโลยีล้น เปิดกรุรับทรัพย์เงินลงทุน LANSING เต็มปี ซดเต็ม 300 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ILINK (Bloomberg consensus 11.50 บาท) เซ็นสัญญาโครงการ "เกาะเต่า" มูลค่า 1.78 พันล้านบาท หนุน Backlog พุ่งทะลุ 3 พันล้านบาท กินยาวปี 2567 พร้อมลุยยื่นประมูลงานวางสายเคเบิลเพิ่มอีกเกือบ 1 พันล้านบาท เสริมรายรับอนาคต แถมส่งซิก Q4/2565 ฟอร์มแจ่มต่อ รับธุรกิจทุกไลน์สดใส (ที่มา ทันหุ้น)

(+) CPW (Bloomberg consensus 4.49 บาท) เปิดร้าน Apple Premium Partner โฉมใหม่ ที่เซ็นทรัล จันทบุรี พร้อมแผนเพิ่มอีก 3-5 สาขาในปี 2566 หนุนการเติบโตระยะยาว ส่วนเป้าหมายรายได้ปีนี้มั่นใจเติบโต 40% (ที่มา ทันหุ้น)