วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MAJOR ประมาณการ 3Q65F: กำไรจากธุรกิจหลักดีขึ้น

ประมาณการ 3Q65F, ปรับลดประมาณการกำไรเต็มปี และปรับลดราคาเป้าหมาย

ผลประกอบการจากธุรกิจหลักจะพลิกฟื้น YoY

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ MAJOR ใน 3Q65F จะอยู่ที่ 21 ล้านบาท (-99% YoY, -84% QoQ) แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะอยู่ที่ 16 ล้านบาท (พลิกจากขาดทุน 472 ล้านบาทใน2Q64, -80% QoQ) โดยผลประกอบการจากธุรกิจหลักที่ดีขึ้นอย่างมาก YoY เป็นเพราะมีโปรแกรมหนังเด็ดเข้าโรงฉาย (บุพเพ 2 และ Thor) และในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีการปิดบริการโรงภาพยนตร์ทุกแห่งชั่วคราว ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ดีขึ้น QoQ ยกเว้นยอดขายตั๋วเพราะเป็นช่วง low season แต่กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะไม่ได้รับส่วนลดค่าเช่าพื้นที่แล้วใน 3Q65F (หากไม่รวมรายการนี้กำไรจากธุรกิจหลักจะทรงตัว QoQ) นอกจากนี้ เรายังคาดว่าบริษัทจะมีรายการพิเศษอีกประมาณ 6 ล้านบาทใน 3Q65F ได้แก่ i) ค่าสินไหมจากประกันอัคคีภัย ii) กำไรจากการขายหุ้นบางส่วนใน Thai Ticket Major Co., Ltd (TTM) iii) ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของการต่อสัญญา MJLF ทั้งนี้ ใน 3Q64 บริษัทมีกำไรพิเศษถึง 2.8 พันล้านบาทจากการขายหุ้นทั้งหมดใน Siam Future Development (SF.BK/SF TB)

 

 

 

 

 

 

ผลการดำเนินงานยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เราคาดว่ายอดขายตั๋วจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็น 837 ล้านบาทใน 3Q65F (จากเพียง 8 ล้านบาทในปีที่แล้ว) เนื่องจาก i) มีโปรแกรมหนังเด็ดเข้าโรงฉาย ii) มีการปิดโรงภาพยนตร์ทุกแห่งชั่วคราวใน 3Q64 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดขายตั๋วจะลดลง 9% QoQ ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และมีการยกเลิกข้อจำกัดเพื่อคุมโรคระบาดทำให้เราคาดว่าผลการดำเนินงานน่าจะดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ในส่วนของ i) ยอดขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวน่าจะเพิ่มขึ้นถึง 381% YoY และ 10% QoQ, ii) รายได้จากค่าโฆษณาน่าจะเพิ่มขึ้น >100% YoY และ 24% QoQ iii) รายได้อื่น ๆ (โบลิ่ง, รายได้จากค่าเช่า และยอดขาย
content) น่าจะเพิ่มขึ้น 305% YoY และ 38% QoQ ในขณะเดียวกัน เราคาดว่า GPM จะเพิ่มขึ้นเป็น 27.7% ใน 3Q65F จาก 26.8% ใน 3Q64 และ -151.9% ใน 2Q65 ทั้งนี้ สำหรับงวด 9M65F ยอดขายตั๋วและยอดขายเครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวน่าจะดีกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับขึ้นราคาขายตั๋ว แต่ด้านอื่น ๆ ยังคงฟื้นตัวช้ากว่าที่เราคาดไว้ โดยเฉพาะรายได้จากค่าโฆษณา (15% ของรายได้รวมช่วงก่อน COVID ระบาด) เนื่องจากยังมีการให้ส่วนลดกับลูกค้าอยู่ (รายได้ค่าโฆษณาใน 9M65F คิดเป็นเพียง 37% ของประมาณเต็มปีของเรา)

 

 

 

ปรับลดประมาณการกำไรลงเอสะท้อนึงการฟื้นตัวที่เชื่องช้าในบางด้าน

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2565F/2566F ลง 59%/41% เพื่อสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่เชื่องช้าในบางด้าน ได้แก่ i) ปรับลดรายได้จากค่าโฆษณาปี 2565F/2566F ลง 50%/23% ii) ปรับลดรายได้จากธุรกิจโบลิ่ง รายได้จากการเช่า และยอดขาย content ปี 2565F ลง 31% iii) ปรับลด GPM ลง 25.1%/33.8% (จากเดิมที่ 37.1%/39.3%) เราคาดว่ากำไรสุทธิในงวด 9M65F จะอยู่ที่ 176 ล้านบาท (-88% YoY) คิดเป็น 73% ของประมาณการเต็มปีที่ปรับใหม่ของเรา

 

Valuation & Action

เราเชื่อว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน 4Q65F เนื่องจากมีโปรแกรมหนังเด็ดรอเข้าโรงฉาย (อย่างเช่น AVATAR II, Black Panther, Black Adam) สำหรับในระยะต่อไป เราคาดว่าจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์จะฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้หนุนให้ยอดขายตั๋ว เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว รวมถึงรายได้จากค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นในปี 2566F (เราคาดว่ากำไรปีหน้าจะโตถึง 190% YoY) อย่างไรก็ตาม เมื่ออิงตามประมาณการกำไรใหม่ และขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF สิ้นปี 2566 ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 23.80 บาท ลดลงจากเดิมที่ 26.75 บาท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ MAJOR

 

Risks

รายได้จากโรงภาพยนตร์ต่ำกว่าที่คาดไว้