วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นตัวต่อได้ แต่อาจผันผวนจากการรายงานผลประกอบการ

ผลประกอบการสหรัฐฯ ในระยะสั้นดี แต่ต้องระวังการให้แนวโน้มในอนาคต ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงฟื้นตัวขึ้น จากผลประกอบการของบจ.ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯออกมาดี ไม่ว่าจะ Johnson & Johnson, Netflix, Goldman Sachs

โดยบจ.ใน S&P500 รายงานผลประกอบการออกมาแล้ว 50 บริษัท กำไรดีกว่าคาดการณ์โดยเฉลี่ย 4.38% โดยบจ.จำนวน 73.47% รายงานกำไรมากกว่าคาด โดยมีเพียง 20.41% ที่รายงานกำไรต่ำคาด ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า กลุ่มที่กำไรแย่กว่าคาดส่วนใหญ่จะอยู่ในด้านการบริโภค แม้ในระยะสั้นผลประกอบการจะเป็นบวกและหนุนการฟื้นตัวของตลาด แต่ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการถดถอยของยุโรป และผลกระทบจากมาตรการห้ามส่งออกสินค้าเซมิคอนดัคเตอร์ไปยังจีนระลอกใหม่ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 1-2 ไตรมาสหน้า ทำให้ต้องระวังการให้แนวโน้มในอนาคต (forward guidance) ที่อาจจะชะลอตัวลง อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะต่อไปได้ โดยควรติดตามผลประกอบการและการให้แนวโน้มของหุ้นที่มีผลต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไทย ได้แก่ 19 ต.ค. Lam Research, 25 ต.ค. Texas Instrument, 16 พ.ย. NVIDIA, 8 ธ.ค. Avago, 19 ธ.ค. Micron
 

 

ผู้ถือหุ้น JASIF ไม่อนุมัติวาระเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาประกันรายได้ การประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วย JASIF เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมามีวาระการพิจารณาที่สำคัญที่ต้องการคะแนนเสียงเกิน 3 ใน 4 ซึ่งมีสาระสำคัญได้แก่ 1.1) ยินยอมให้ JAS ขาย JASIF และ TTTBB 1.2) ยินยอมผ่อนพันและแก้ไขสัญญาเช่า รวมถึงสัญญาประกันรายได้ 1.3) บินยิมและผ่อนผันการแก้ไขสัญญากับธนาคารและโครงการจัดการกองทุน // ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยอนุมัติวาระที่ 1.1 และ 1.3 แต่ในวาระที่ 1.2 ได้รับคะแนนเสียงเพียง 69% มีผลให้วาระนี้ตกไป // แม้ synergy อาจไม่เยอะเท่ากรณีปรับเงื่อนไขสัญญาเช่าได้ แต่เราประเมิน ADVANC จะยังคงเดินหน้าเข้าซื้อ JASIF และ TTTBB ต่อไปเนื่องจาก 1. สามารถเพิ่มฐานลูกค้าในธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (BB) ได้ถึงระดับที่มีโอกาสเกิด economy of scale 2. ธุรกิจ BB ไม่ใช่การแข่งขันสมบูรณ์แบบธุรกิจไร้สาย มีความได้เปรียบของการเข้าตลาดก่อน และการยึดครองฐานลูกค้าในบางพื้นที่สกัดการเข้ามาของคู่แข่งได้ 3. ยังมีโอกาสเจรจาปรับเงื่อนไข หรือปรับรูปแบบสัญญากับ JASIF ในอนาคต 

 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 2) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK 3) มาตรการสนับสนุน EV ได้แก่ EA, GPSC, PIMO  4) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA, STAR5001 5) กลุ่มไฟฟ้าแผน PDP ใหม่ บวกกับ EGCO, RATCH, GULF, GUNKUL, SSP 6) เก็งกำไรทางเทคนิค CRC, RATCH, SC, TH, TLI, BAM, EA, CK, MBK, SAMART, ARIN, MC, TKN, SCGP, KISS, TC, KAMART, FLOYD, PROS 
 

ภาพรวมกลยุทธ์: คาดเห็นการเก็งกำไรรายตัว ขณะที่ภาพรวม SET Index อาจเริ่มชะลอตัวเมื่อเข้าสู่โซนแนวต้าน 1,590-1,620 จุด กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ รอเลือกซื้อกลุ่มหุ้นเปิดเมือง (กลุ่มโรงแรมอาจชะลอลงจากนักท่องเที่ยวไทย หนีไปเที่ยวญี่ปุ่น) ระยะสั้นกลุ่มที่ลงเยอะ (อาทิ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์) มีโอกาสเป็นเป้าหมายเก็งกำไร แต่ไม่ถือถึงงบออก ส่วนกลุ่มพลังงานสามารถเก็ง PTTEP ตามแนวรับ ส่วนหุ้นโรงกลั่นกำไรไตรมาส 3 ชะลอหนัก เก็งกำไรระมัดระวัง (ถ้าจะเลือก ชอบ SPRC) //หุ้นแนะนำ: ASW*, TU*, KISS*, ADVANC*

แนวรับ: 1,579 / แนวต้าน : 1,590-1,620 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

ประเด็นการลงทุน

เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าคาด - เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนส.ค.

ไบเดน เตรียมระบายน้ำมันสกัดราคาพุ่ง ขณะใกล้โค้งสุดท้ายเลือกตั้งเดือนหน้า – แหล่งข่าวเปิดเผยว่าผู้นำสหรัฐเตรียมประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ในสัปดาห์นี้เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะใกล้ถึงกำหนดการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.

ดัชนีความเชื่อมั่นเยอรมนีสูงกว่าคาด – ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -59.2 ในเดือนต.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -65.7 จากระดับ -61.9 ในเดือนก.ย.

ครม. ยกเว้นภาษีนักแสดงต่างชาติถ่ายหนังในไทย 5 ปี กระตุ้นศก.-ท่องเที่ยว – เพื่อดึงดูดการลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยได้ไม่น้อยกว่า 3,500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่อง 

ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย จาก 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจ –มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2565 รวมทั้งหมด 21 มาตรการ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง

BEM เตรียมเซ็นสายสีส้มพร้อมจ้าง CK – BEM เตรียมประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติลงนามร่วมทุนรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก 28 พ.ย. พร้อมจ้าง CK มูลค่า 1.09 แสนล.บ.

IPO หุ้น AMARC เทรดวันแรก – บมจ.ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (AMARC) (เอมาร์ค) เข้าเทรดตลาด mai ราคา IPO 2.90 บาท   

 

ประเด็นติดตาม: 19 ก.ย. – EU CPI, US Building Permits, US Crude Oil Inventories / 20 ก.ย. Existing Home Sales, Initial Jobless Claims, EU Leaders Summit / 22 ก.ย. - ECB President Lagarde Speaks

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)