เราคาดว่าผลประกอบการใน 3Q จะดีขึ้น yoy เนื่องจาก (1) ยอดขายของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง (2) เป็นช่วง high season ของการส่งออก และ (3) เงินบาทอ่อนค่าลง
ทั้งนี้ บริษัทเน้นที่การปรับปรุงต้นทุน conversion cost เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายที่ 20 บาท
ปริมาณยอดขายทูน่ากระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยงจะเพิ่มขึ้นมากในเดือน ก.ค.
จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ปริมาณการค้ากุ้งแช่แข็งลดลง 6% yoy ในเดือนกรกฎาคม แต่ปริมาณการค้าทูน่ากระป๋องเพิ่มขึ้นถึง 25% yoy โดยมาจากการเติบโตของการบริโภคในประเทศ 11% yoy และการเติบโตของปริมาณการส่งออก 15% yoy ในขณะเดียวกัน มูลค่าการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นถึง 83% yoy เนื่องจาก (1) การปรับราคา และ (2) ปริมาณยอดขายเพิ่มขึ้น (การบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น 18% yoy และปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 28% yoy)
ผลประกอบการ 3Q น่าจะดีขึ้น yoy
เราคาดว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้จะได้แรงสนับสนุนจาก (1) ยอดขายของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง (2) เป็นช่วง high season ของการส่งออก และ (3) เงินบาทอ่อนค่าลง 4% QTD มาอยู่ที่ 36.6 บาท/USD ในขณะเดียวกัน เราคาดว่า TU จะถูกกระทบไม่มากนักจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นในยุโรป เพราะ (1) ต้นทุนค่าไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของ COGS และ (2) บริษัทมีแผนจะปรับราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นใน 4Q (บริษัทปรับราคาขายสินค้าในฝรั่งเศสไปแล้ว)
เสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
บริษัทยังเดินหน้าลงทุนในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพต้นทุน และระบบ automation อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจะปรับปรุงต้นทุน conversion cost ปีละ 3% ระหว่างปี 2022-2025 โดยเฉพาะที่โรงงานในประเทศไทย เราคาดว่าต้นทุน conversion cost ที่ลดลง 3% จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.5 ppt
คงคำแนะนำ ซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายที่ 20 บาท
ราคาหุ้นลดลงเหลือ 17.20 บาท คิดเป็น 11.0x ของ EPS ปี FY22F เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -1.5 S.D. ซึ่งแสดงว่ามีความเสี่ยงด้าน downside ต่ำ ในขณะที่มี upside ถึงราคาเป้าหมายของเราอีก 18% ทั้งนี้ ด้วย risk-reward ที่น่าสนใจทำให้เรายังคงคำแนะนำซื้อ TU









