วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วิทัย’ขันนอตใช้เงินสดเกิน5ล้าน ดักทาง ‘แลก-ซื้อประกัน-ลงทุน’

“วิทัย” ผู้ว่าฯ ธปท. เดินหน้ายกระดับมาตรการสกัดกั้น “เงินเทา” ล่าสุดออกประกาศตรวจสอบธุรกรรมเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ครอบคลุมทั้งการฝากเงินสด ฝากเช็ค แลกธนบัตร ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ชำระเบี้ยประกันภัย ผลิตภัณฑ์การลงทุน สั่งแบงก์ตรวจเข้มป้องกันไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย ดีเดย์ 1 พ.ย. เป็นต้นไป

การสกัด “เงินเทา” เป็นอีกภารกิจสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อปิดช่องโหว่ระบบการเงินภายใต้การนำของ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ทยอยออกมาตรการมาต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะสร้าง “คอขวด” ในการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อสกัดการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายให้ทำได้ยากขึ้น

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาเงินเทา การยกระดับความโปร่งใสและความปลอดภัยของระบบการเงินไทย

จึงออกประกาศ ธปท. เรื่องหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป

โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhanced Due Diligence : EDD) สำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปภายในวันเดียวกัน

เช่น สอบถามแหล่งที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม หรือขอเอกสารประกอบตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า

  • ถอนเงิน-ซื้อประกัน-ลงทุนต้องแจ้งที่มาเงิน

นอกจากการฝากเงินสดแล้วยังขยายขอบเขตครอบคลุมการฝากเช็คหรือดราฟต์ การรับแลกธนบัตรเงินบาท การรับเงินสดเพื่อออกเช็คหรือดราฟต์ การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัย ค่าผลิตภัณฑ์การลงทุน และธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน

หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้า สถาบันการเงินต้องรายงานให้ ธปท. ทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิดหรือกิจกรรมผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้กับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านสาขาตามขอบเขตที่กำหนด จึงไม่กระทบการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามปกติ

โดยสถาบันการเงินต้องดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรม

นายวิทัย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดรับกับ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ที่ ธปท. ริเริ่มและผลักดันร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคการเงินในการป้องกันและรับมือภัยทุจริต

  • ย้อนมาตรการสกัดเงินเทา

ทั้งนี้ ก่อนจะมาถึงมาตรการคุมการฝากเงิน และธุรกรรมเกี่ยวกับเงินสดเกิน 5 ล้านบาทล่าสุด ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้มีการออกมาตรการมาต่อเนื่อง เพื่อหวังว่าจะเป็นช่องทางในการสกัดเงินเทาหรือเงินผิดกฎหมายที่เข้ามาสู่ระบบ

เช่นก่อนหน้านี้ธปท. ได้เริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดมูลค่าสูงตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยกำหนดให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าเมื่อมีการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน รวมถึงการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี

นอกจากเงินสดแล้วธปท.ยังให้ความสำคัญกับธุรกรรมทองคำ โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำผ่านแอปฯเงินบาท ที่อาจเป็นอีกช่องทางในการแปลงสภาพเงินและทำให้การติดตามเส้นทางเงินซับซ้อนขึ้น

มาตรการที่ดำเนินการแล้วครอบคลุมการกำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชำระเป็นเงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อแพลตฟอร์ม รวมถึงการเพิ่มข้อกำหนดด้านการรายงานและการตรวจสอบธุรกรรมถอนทองคำแท่งปริมาณมาก

นอกจากนี้ ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การซื้อขายทองคำด้วยเงินสดระหว่างวันที่ 24 ก.ย.-23 ต.ค. 2569

โดยเสนอให้ลูกค้าทั่วไปซื้อขายทองคำแท่งผ่านหน้าร้านด้วยเงินสดได้ไม่เกินด้านละ 10 ล้านบาทต่อรายต่อวันต่อร้านหรือสาขา ส่วนที่เกินต้องชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับ ร้านทองรายอื่นหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ร่างหลักเกณฑ์เสนอวงเงินเงินสดไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อรายต่อวันต่อร้าน สาขา หรือแพลตฟอร์ม พร้อมกำหนดเงื่อนไขตรวจสอบลูกค้าและจัดเก็บเอกสารสำหรับธุรกรรมตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • ยกระดับตรวจบัญชี-ธุรกรรมต้องสงสัย

อีกแนวทางสำคัญคือการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบลูกค้าและพฤติกรรมการใช้บริการทางการเงิน ตั้งแต่การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence : CDD) ไปจนถึงการตรวจสอบเชิงลึก (EDD) ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง

รวมถึงการเข้าไปกำกับกลไกกำกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกำหนดวงเงินรับซื้อเงินตราต่างประเทศจากลูกค้าสำหรับบุคคลรับอนุญาตไม่เกิน 800,000 บาทต่อวันต่อราย และมีวงเงินเฉพาะสำหรับบริเวณชายแดนหรือพื้นที่ที่กำหนด เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรา

สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ธปท. ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเพิ่มความสามารถในการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ โดยเฉพาะธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับ Stablecoin เช่น USDT ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางแปลงหรือเคลื่อนย้ายมูลค่า

มาตรการเหล่านี้ว่าการตรวจสอบและป้องปราบเงินเทาที่ไม่ได้จำกัดการตรวจสอบไว้เฉพาะเงินสดในธนาคาร แต่ให้ความสำคัญกับช่องทางที่เงินอาจถูกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่น หรือเคลื่อนย้ายออกจากระบบการเงินแบบเดิมด้วย

  • ผนึกภาคการเงิน สร้างมาตรฐานร่วมสกัดเงินเทา

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจในภาคการเงินร่วมประกาศกรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน หรือ Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities เพื่อผลักดันให้ผู้ให้บริการทางการเงินมีมาตรฐานการป้องกันความเสี่ยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น

สำหรับทิศทางระยะต่อไป ประเด็นที่ต้องติดตามคือการขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังธุรกรรมมูลค่าสูงหรือช่องทางที่อาจใช้เปลี่ยนเงินเป็นทรัพย์สินประเภทอื่น

โดยเฉพาะการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสดจำนวนมาก ที่ธปท.อาจขยายบทบาทเข้ามาดูให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคตด้วย