วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

‘สุรพล‘ เปิดสูตรช่วย SMEs ’ลดค่างวด 30%‘ ลดภาระหนี้-ต่อลมหายใจธุรกิจ

“สุรพล เครดิตบูโร” เปิดสูตร มาตรการทางการเงินอุ้มเอสเอ็มอี คาดลดค่างวด 30% ช่วยลดภาระทางการเงิน ลดผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้ช่วยผู้บริหาร  บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) โพสต์เฟสบุ๊ก “Surapol Opasatien” ถึงกระแสเกี่ยวกับ “สึนามิหนี้ SMEs” พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่มีการพูดถึงว่าอาจเป็นมาตรการที่ “ลงลึกกว่าเดิม”

นายสุรพล ฉายภาพว่า ระหว่างผ่านบริเวณเทเวศน์ ได้พูดคุยกับแม่ค้ารายหนึ่ง ซึ่งแม่ค้าได้ให้ดูข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือที่เธอใช้ AI ประมวลออกมา โดยข้อมูลดังกล่าวระบุถึงแนวทางช่วยเหลือ SMEs ที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
 

ทั้งนี้ ย้ำโพสต์ว่า “เรื่องสนทนากับแม่ค้าข้างหอคอย ไม่ใช่การยืนยันว่ามีมาตรการดังกล่าวออกมาแล้ว

สำหรับรายละเอียด 7 ข้อมีดังนี้

1. เน้นช่วย SMEs เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ข้อมูลที่แม่ค้านำมาให้ดูระบุว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของมาตรการคือ SMEs ที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569

2. ไม่ช่วย NPL ที่เกิดก่อนวันที่ 1 มิ.ย.2569

สำหรับ SMEs ที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPLs ซึ่งอยู่ในสถานะ Stage 3 และหนี้เสียเกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มิ.ย.2569 จะไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือ โดยข้อมูลดังกล่าวระบุเหตุผลว่าเป็นความกังวลเรื่อง “moral hazard”

3. กำหนดวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อสถาบันการเงิน

อีกเงื่อนไขที่ถูกระบุคือ การช่วยเหลือ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อสถาบันการเงินแต่ละแห่ง โดยข้อมูลในโพสต์ระบุว่านี่คือการนิยามกลุ่ม “คนตัวเล็ก เปราะบาง”

4. กำหนด Cut-off วันที่ 1 ส.ค.2569

ในกรณี SMEs ที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ปกติ หรือ Stage 1 แต่เคยผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ DR หรือ TDR จะต้องเป็นการปรับโครงสร้างหนี้หลังวันที่ 28 ก.พ.2569
 

นายสุรพลระบุว่า กลุ่มนี้เป็นลูกหนี้ที่ยังชำระดี แต่มี “แผล” และได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่ยังชำระหนี้ได้ดีและพยายามกัดฟันสู้ อาจออกมาแสดงความไม่พอใจกับเงื่อนไขดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึง SMEs ที่อยู่ในสถานะ SM หรือ Stage 2 และ SMEs ที่เป็น NPL หรือ Stage 3 แต่สำหรับกลุ่ม Stage 3 ต้องพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขในข้อ 2 ด้วย

5. ลดค่างวดผ่อน 30% หรืออาจเป็นสัดส่วนอื่น

รูปแบบการช่วยเหลือที่ถูกระบุในข้อมูลที่ AI แสดง คือการลดค่างวดผ่อนลงมา 30% หรืออาจเป็นสัดส่วนอื่น โดยส่วนที่เหลือให้นำไปจัดการในช่วงท้ายของตารางการชำระหนี้

นายสุรพลเรียกแนวทางดังกล่าวในเชิงเปรียบเปรยว่าเป็นการ “ลดค่างวดแบบโปรไฟไหม้” เป็นเวลา 12 เดือนหรืออาจเป็นระยะเวลาอื่น พร้อมตั้งคำถามว่า หากลดค่างวดเหลือ 30% แล้วจำนวนเงินที่จ่ายยังไม่เพียงพอสำหรับดอกเบี้ย จะดำเนินการอย่างไร โดยโพสต์ระบุในลักษณะว่าอาจต้องให้เจ้าหนี้เข้ามาช่วยเพิ่มเติม

6. ตั้งข้อสังเกตเรื่องแหล่งเงินช่วยเหลือ

นายสุรพลระบุว่า หากให้เดา เงินที่จะนำมาใช้ช่วยเหลืออาจมาจากเงินที่เกิดจากการชะลอการจ่าย FIDF. พร้อมระบุว่าจะไป “ฝันมาเล่า” ในภายหลังว่ามีวิธีดำเนินการอย่างไร

7. ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องดอกเบี้ยและการชำระหนี้

อีกประเด็นที่นายสุรพลหยิบขึ้นมาตั้งคำถาม คือยังไม่มีข้อมูลว่า ดอกเบี้ยจะคิดในอัตราเท่าใด และเงินส่วนที่ถูกชะลอ 70% เป็นเวลา 12 เดือนจะคิดดอกเบี้ยอย่างไร รวมถึงจะนำไปตัดชำระในลักษณะใด จะเพิ่มจำนวนงวดการผ่อนหรือไม่เพิ่มงวดการผ่อน

นายสุรพลปิดท้ายด้วยการแนะนำให้นักทดลอง “Lab แห้ง” ไปสอบถามสมาพันธ์ SMEs ว่าแนวทางดังกล่าวจะ “Wow” จริงหรือไม่ และตรงใจกับลูกหนี้หรือไม่