เปิดข้อมูลเครดิตบูโรเดือน พ.ค. 2569 พบลูกหนี้ NPL 5.14 ล้านราย 9.52 ล้านบัญชี ยอดหนี้รวม 1.33 ล้านล้านบาท โดยกว่า 3.13 ล้านราย หรือ 6 ใน 10 ของลูกหนี้เสีย เป็นกลุ่มที่มียอดหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท คิดเป็นหนี้รวม 1.06 แสนล้านบาท ขณะที่หนี้เสียก้อนใหญ่กลับกระจุกตัวในกลุ่มหนี้เกิน 5 แสนบาท ซึ่งมีลูกหนี้เพียง 11% แต่ถือยอดหนี้ถึง 67% ของ NPL ทั้งหมด
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยถึง ข้อมูล"หนี้รายย่อย" โดยระบุว่า
จากฐานข้อมูลสถิติไม่มีตัวตนของเครดิตบูโร ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2569 หลังมีผู้สอบถามถึงจำนวนลูกหนี้ จำนวนบัญชี และยอดหนี้เสียในระบบ
โดยระบุว่า ผู้ที่มีหนี้เสียรวมกันทุกบัญชีตั้งแต่ 100,000 บาทลงมา มีจำนวนประมาณ 3.1 ล้านคน 4.3 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้ประมาณ 105,000 ล้านบาท
ขณะที่ หากพิจารณาผู้ที่มีหนี้เสียทั้งหมดในระบบหนี้ครัวเรือน เฉพาะส่วนที่มีการจัดเก็บข้อมูลในเครดิตบูโร พบว่ามีจำนวนประมาณ 5.1 ล้านคน 9.5 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท
โดยข้อมูลดังกล่าวไม่รวมหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมถึงหนี้ค้างชำระค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ จากข้อมูลรายย่อยดังกล่าว
กลุ่มที่มียอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ยอดหนี้เสีย 105,861.6 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 60.85% ของลูกหนี้ NPL ทั้งหมด แต่คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 7.96% ของยอดหนี้เสียรวม
รองลงมาเป็นกลุ่มที่มียอดหนี้ 100,001-200,000 บาท มีลูกหนี้ 702,081 ราย 1,518,951 บัญชี มียอดหนี้รวม 100,659 ล้านบาท คิดเป็น 13.65% ของจำนวนลูกหนี้ และ 7.57% ของยอดหนี้เสียทั้งหมด
ส่วนกลุ่มยอดหนี้ 200,001-300,000 บาท มีลูกหนี้ 367,661 ราย 835,557 บัญชี มียอดหนี้รวม 90,257 ล้านบาท คิดเป็น 7.15% ของลูกหนี้ NPL และ 6.79% ของยอดหนี้เสียทั้งหมด
ขณะที่กลุ่มยอดหนี้ 300,001-400,000 บาท มีลูกหนี้ 219,542 ราย 534,419 บัญชี มียอดหนี้รวม 75,944 ล้านบาท คิดเป็น 4.27% ของลูกหนี้ทั้งหมด และ 5.71% ของยอดหนี้เสีย
สำหรับกลุ่มยอดหนี้ 400,001-500,000 บาท มีลูกหนี้ 145,696 ราย 378,869 บัญชี มียอดหนี้รวม 65,148 ล้านบาท คิดเป็น 2.83% ของจำนวนลูกหนี้ และ 4.90% ของยอดหนี้เสียทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มียอดหนี้มากกว่า 500,000 บาท แม้มีจำนวนลูกหนี้ 578,934 ราย หรือเพียง 11.25% ของลูกหนี้ NPL ทั้งหมด แต่มีบัญชี NPL สูงถึง 1,953,424 บัญชี และมียอดหนี้รวม 891,483 ล้านบาท คิดเป็น 67.06% ของยอดหนี้เสียทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพการกระจายตัวของปัญหา NPL ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง “จำนวนคน” กับ “มูลค่าหนี้”
โดยกลุ่มลูกหนี้ที่มียอดหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท รวมกันมีประมาณ 4.57 ล้านราย หรือ 88.75% ของลูกหนี้ NPL ทั้งหมด แต่มีหนี้รวมประมาณ 337,870 ล้านบาท หรือเพียง 25.42% ของยอดหนี้เสียทั้งหมด
ในทางกลับกัน กลุ่มลูกหนี้ที่มีหนี้มากกว่า 500,000 บาท มีจำนวนไม่ถึง 12% ของลูกหนี้ NPL ทั้งหมด แต่กลับถือครองยอดหนี้สูงถึงกว่า 891,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2 ใน 3 ของยอดหนี้เสียในระบบ
นายสรุพล กล่าวถึง กรณีผู้ที่กู้หนี้ยืมสินและตั้งใจจะไม่ใช้หนี้ หรือที่เรียกว่า “นักบิด” ว่า ต้องเข้าใจว่าโลกของระบบการเงินมีหลักการว่า “เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา” เนื่องจากเงินกู้ที่นำไปใช้มีที่มาจากเงินฝากของคนสุจริต
“ชีวิตเราคงไม่อยากให้ใครมากล่าวว่าเราตั้งใจจะไม่คืนเจ้าหนี้และเราอยากเป็นคนทุจริต เพราะเราตั้งใจจะทำแบบนั้นกับคนฝากเงินที่สุจริต” นายสรุพลระบุ
"ทุกการตัดสินใจมีต้นทุน จึงขอให้พิจารณา วิเคราะห์ และแยกแยะอย่างรอบคอบ เพราะการตัดสินใจดังกล่าวมีความเสี่ยง"
ตัวเลขตามตารางข้างล่างที่แสดงมีทั้งคนที่พลาดหลงจริงๆ มีปัญหาจริงๆ เกิดอุบัติเหตุกับชีวิตการงานในช่วงที่ผ่านมา ตกงาน ไม่มีรายได้ กระทบจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติ และรวมพวกที่ตั้งใจจะไม่ใช้คืนจริงๆ อย่างที่มีการโชว์ในข่าวออนไลน์รวมอยู่ด้วยคละกันไปทั้งหมด



