การบริจาคไม่เพียงเป็นการส่งต่อความช่วยเหลือให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในช่องทางที่ภาครัฐใช้ส่งเสริมให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ผ่านมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้เพิ่มหน่วยรับบริจาคอีก 9 มูลนิธิในระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ส่งผลให้ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีหรือหักเป็นรายจ่ายได้ถึง 2 เท่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญและวางแผนภาษีไปพร้อมกัน
ครม.เห็นชอบเพิ่ม 9 มูลนิธิใหม่
มาตรการดังกล่าวเป็นการขยายรายชื่อหน่วยรับบริจาคที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และการศึกษา โดยมูลนิธิที่ได้รับการเพิ่มเข้ามาใหม่ จำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย
- มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี
- มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์
- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา
- มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา (สอวน.)
- มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
การเพิ่มรายชื่อดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของภาครัฐในการสนับสนุนองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของผู้ด้อยโอกาส
ลดหย่อนภาษี 2 เท่า คืออะไร
หลายคนอาจสงสัยว่า “ลดหย่อนภาษี 2 เท่า” หมายถึงอะไร โดยหลักการแล้ว หากผู้บริจาคบริจาคเงินผ่านระบบ e-Donation ให้กับหน่วยงานที่ได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด จะสามารถนำยอดเงินบริจาคไปคำนวณสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เป็นจำนวน 2 เท่าของยอดที่บริจาคจริง
ตัวอย่างเช่น หากบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท ผู้บริจาคจะได้รับสิทธิในการนำยอดดังกล่าวไปใช้ลดหย่อนภาษีหรือหักเป็นรายจ่ายในทางภาษีเป็นจำนวน 20,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขและเพดานที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้บริจาคจะได้รับเงินภาษีคืนเต็มจำนวน 20,000 บาท แต่เป็นการนำยอดดังกล่าวไปลดฐานภาษีที่ใช้คำนวณภาษีเงินได้
สิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดา
สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินบริจาคที่เข้าเงื่อนไขสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริง แต่เมื่อนำมาคำนวณรวมแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้นผู้ที่มีรายได้และต้องการวางแผนภาษีสามารถใช้มาตรการนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดภาระภาษี ขณะเดียวกันก็ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม
สิทธิประโยชน์สำหรับนิติบุคคล
ในส่วนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยอดรายจ่ายที่นำมาหักได้ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลหรือเพื่อสาธารณประโยชน์ และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
มาตรการนี้จึงช่วยกระตุ้นให้ภาคธุรกิจมีบทบาทในการสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
ทำไมต้องบริจาคผ่าน e-Donation
ระบบ e-Donation เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูลการบริจาคระหว่างหน่วยรับบริจาคกับกรมสรรพากรโดยตรง
ข้อดีคือ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องเก็บหลักฐานการบริจาคในรูปแบบกระดาษเพื่อนำมายื่นภาษีเหมือนในอดีต เนื่องจากข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบของกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ทำให้การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมีความสะดวก รวดเร็ว และลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการบริจาค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริจาคและหน่วยงานภาครัฐ
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคม
นอกจากประโยชน์ทางภาษีแล้ว มาตรการนี้ยังส่งผลดีต่อสังคมในวงกว้าง เพราะช่วยเพิ่มแหล่งเงินสนับสนุนให้กับองค์กรที่ทำงานด้านการแพทย์ การช่วยเหลือผู้พิการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการศึกษา
เงินบริจาคที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การช่วยเหลือผู้ป่วย การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ การสนับสนุนทุนการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยในสาขาวิทยาศาสตร์และวิชาการ
เมื่อภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันผ่านกลไกการบริจาค ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้มากยิ่งขึ้น
สรุป มติ ครม. ที่เห็นชอบเพิ่ม 9 มูลนิธิเข้าสู่ระบบ e-Donation ถือเป็นมาตรการที่สร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้บริจาคและสังคมโดยรวม ผู้บริจาคได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีหรือหักรายจ่ายได้ถึง 2 เท่า ขณะที่องค์กรสาธารณประโยชน์ก็ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปพัฒนางานด้านการแพทย์ สาธารณสุข การช่วยเหลือผู้พิการ และการศึกษา
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนภาษี การบริจาคผ่าน e-Donation ให้กับหน่วยงานที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการร่วมสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting


