“วิทัย” เปิดวิกฤติ SME ไทยถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงกว่าที่ประเมินจริง เผยรายใหม่รีเจ็กต์ 78% ขณะที่ธุรกิจมีประวัติหนี้เสียอาจถูกปฏิเสธแตะ 90% สะท้อนความเหลื่อมล้ำเข้าถึงแหล่งทุน ธปท.เร่ง 3 กลไก “Credit Portal–ค้ำประกันสินเชื่อ–Alternative Data” ปลดล็อกเงินกู้ให้ธุรกิจที่มีศักยภาพ
KEY POINTS
- วิทัย ผู้ว่าฯธปท. ชี้SME ไทยถูกปฏิเสธสินเชื่อในอัตราที่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มรายใหม่หรือเคยมีประวัติหนี้เสีย สูงถึง 90%
- ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อและต้นทุนทางการเงิน โดย SME มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อน้อยกว่าและมีต้นทุนดอกเบี้ยสูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่
- ธปท. เตรียมออกมาตรการแก้ไขเพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงของระบบสินเชื่อ พร้อมสร้างกลไกใหม่เพื่อเชื่อมโยง SME กับแหล่งเงินทุน
- แนวทางแก้ไขหลัก 3 เรื่องคือ 1) สร้างตลาดกลางสินเชื่อ (Credit Portal) 2) จัดตั้งกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ และ 3) ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการประเมิน
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยในงาน TNN FUTURE FORUM2026 ว่า หากดูข้อมูลเอสเอ็มอีในปัจจุบันในด้านการเงินพบว่า SME อีกจำนวนมากที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ อัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อของ SME อาจอยู่ในระดับ 60-70% และในบางกลุ่มอาจสูงกว่านั้น
โดยเฉพาะ SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน มีอัตราการถูกปฏิเสธสูงถึง 78% ขณะที่ธุรกิจที่มีประวัติหนี้เสียอยู่เดิม อัตราการปฏิเสธอยู่ที่ 86% และในความเป็นจริงอาจสูงถึง 90%
สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างชัดเจน แม้แต่ SME ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือกลุ่ม 30% แรก ก็ยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง 21% ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในระดับประสิทธิภาพเดียวกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สูงถึง 61%
นอกจากข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแล้ว SME ยังมีต้นทุนทางการเงินสูงกว่าบริษัทรายใหญ่อย่างมาก โดยต้นทุนดอกเบี้ยของ SME เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.9% ขณะที่บริษัทรายใหญ่เฉลี่ยประมาณ 3% ส่งผลให้เกิดความแตกต่างด้านศักยภาพในการเติบโต และทำให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ที่ธุรกิจรายใหญ่ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะที่ SME รายย่อยมีแนวโน้มอ่อนแอลง
จากปัญหาดังกล่าว ธปท.จึงมองว่าการแก้ไขต้องลดต้นทุนและความเสี่ยงของระบบสินเชื่อ พร้อมสร้างกลไกใหม่เพื่อเชื่อมโยง SME ที่มีศักยภาพเข้ากับแหล่งเงินทุน โดยเตรียมดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ
เรื่องแรก Credit Portal เปิดตลาดกลางเชื่อม SME กับผู้ให้กู้ โดยออกแบบให้เป็นตลาดกลางที่เชื่อมโยง SME ที่มีศักยภาพเข้ากับผู้ให้บริการทางการเงิน ทั้งธนาคารและ Non-bank โดยคาดจะออกสิ้นปีนี้
เรื่องที่สอง กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ ลดความเสี่ยงแบงก์ เช่นเดียวกับกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. โดย ธปท.คาดว่าจะเสนอเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 3-4 เดือน และหวังว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า
เรื่องที่สาม ใช้ Alternative Data เปิดทาง SME ไร้ประวัติ
อีกกลไกสำคัญคือการนำข้อมูลทางเลือก หรือ Alternative Data มาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของ SME





