วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

KKPS ส่อง Virtual Bank พอร์ตสินเชื่อ 2 แสนล้านใน 5-6 ปี ยกตปท.คืนทุน 1-9ปี

KKPS ชี้แม้ประเทศไทยจะเริ่มเปิดทางให้ Virtual Bank ช้ากว่าหลายประเทศ แต่ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ทำให้มีศักยภาพเติบโตได้รวดเร็ว คาดในอีก 5-6 ปีข้างหน้า พอร์ตสินเชื่อรวมอาจแตะ 200,000 ล้านบาท โดยมุ่งขยายบริการสู่กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ พร้อมเข้ามาเสริมการแข่งขันมากกว่าพลิกโฉมธนาคารพาณิชย์เดิม


KKPS ส่อง Virtual Bank พอร์ตสินเชื่อ 2 แสนล้านใน 5-6 ปี ยกตปท.คืนทุน 1-9ปี

นางสาวสรัชดา ศรทรง นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (บล.เกียรตินาคินภัทร) KKPS กล่าวว่า 

แม้ว่าประเทศไทยจะเริ่มเดินหน้า Virtual Bank ช้ากว่าหลายประเทศ แต่กลับมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธนาคารไร้สาขา โดยอัตราการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ในระดับมากกว่า 170% ของจำนวนประชากร ขณะที่การใช้งานโมบายล์แบงกิ้งสูงถึง 230% และมีผู้ลงทะเบียนใช้งาน PromptPay มากกว่า 90 ล้านราย สะท้อนว่าคนไทยมีความคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ Virtual Bank แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมตรงที่ไม่มีสาขา ไม่มีตู้ ATM และให้บริการผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ส่งผลให้มีโครงสร้างต้นทุนต่ำกว่าธนาคารทั่วไป

อีกจุดเด่นสำคัญคือการนำ Alternative Data หรือข้อมูลทางเลือกมาใช้ในการประเมินสินเชื่อ เช่น ประวัติการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้สามารถขยายโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ไม่มีเอกสารรายได้หรือประวัติสินเชื่อแบบเดิมได้มากขึ้น

ในช่วงเริ่มดำเนินธุรกิจ Virtual Bank จะให้ความสำคัญกับการระดมเงินฝากและสร้างฐานลูกค้า ผ่านกลยุทธ์จูงใจ เช่น การเปิดให้เลือกเลขบัญชีสวย เลขมงคล หรือเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าตลาด โดยประเมินว่าต้นทุนการหาลูกค้าในระยะแรกอาจอยู่ที่ประมาณ 150 บาทต่อราย เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานยุคใหม่และผู้ที่เปิดรับนวัตกรรมทางการเงิน

ทั้งนี้ หากดูขนาดระบบธนาคารไทยที่มีสินเชื่อรวมประมาณ 22.5 ล้านล้านบาท และเงินฝากราว 25 ล้านล้านบาท ประสบการณ์จากหลายประเทศในอาเซียน พบว่า Virtual Bank ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปีในการครองส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 1% ของระบบธนาคารเดิม

จากการประเมิน คาดว่าในอีก 5-6 ปีข้างหน้า Virtual Bank ในประเทศไทยจะมีพอร์ตสินเชื่อรวมประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเทียบกับขนาดของระบบธนาคารโดยรวมแล้ว ยังถือว่าเป็นการเข้ามาเสริมบริการและเพิ่มการแข่งขัน มากกว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหรือสร้างผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์เดิมอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของ Virtual Bank อยู่ที่ การบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง ท่ามกลางระดับหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงจำเป็นต้องมีระบบติดตามและบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม หากดูจากประสบการณ์จากต่างประเทศยังพบว่า ระยะเวลาคืนทุนของ Virtual Bank มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ประมาณ 1 ปีไปจนถึง 9 ปี โดยผู้ให้บริการที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเดิมมักคืนทุนได้เร็ว ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่ซึ่งต้องลงทุนด้านระบบและแข่งขันด้วยโปรโมชั่นในช่วงแรกจะใช้เวลานานกว่า

สำหรับประเทศไทย คาดว่า Virtual Bank ส่วนใหญ่จะยังมีผลประกอบการขาดทุนในช่วงปีแรกจากต้นทุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการหาลูกค้า