วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

หุ้นกลุ่มสื่อสารเด่นกำไร Q2/69 ยังแกร่ง รับแรงหนุน Virtual Bank–ประมูลคลื่นรอบใหม่

กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจับตาในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของหลายบริษัทออกมาแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ยังได้รับแรงหนุนจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่หลายบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัลเริ่มเห็นการเติบโตจากธุรกิจใหม่ ทั้ง AI และ Data Center
 

นอกจากนี้ ปัจจัยบวกใหม่ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดธุรกิจผ่าน Virtual Bank การเติบโตของบริการดิจิทัล รวมถึงความคืบหน้าการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ล้วนเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้กลุ่ม ICT กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังราคาหุ้นหลายตัวปรับฐานลงในช่วงที่ผ่านมาและเริ่มกลับมามีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า
 

ศุภชัย วัฒนวิเทศกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการกลุ่มสื่อสารในไตรมาส 2/2569 คาดว่า ทั้ง ADVANC และ TRUE จะยังเติบโตแข็งแกร่ง YoY แม้รายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวอาจชะลอลงบ้างจากกำลังซื้อที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้หลักอ่อนตัวลงเล็กน้อย QoQ อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ยังปรับลดลงต่อเนื่อง จะช่วยให้กำไรทรงตัว QoQ และเติบโตได้ดีYoY โดยแนวโน้มยังมีความต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3/2569 

ขณะที่ THCOM คาดยังขาดทุนปกติอีกหนึ่งไตรมาส เนื่องจากอยู่ในช่วงรอความชัดเจนของโครงการ USO เฟส 3 ทำให้ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทได้รับงานดังกล่าวภายในไตรมาส 2/2569 ผลประกอบการในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนกลุ่ม Gadget Play ได้แก่ ADVICE และ SYNEX คาดกำไรปกติยังเติบโตแข็งแกร่ง YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติอันเป็นผลจากการจำหน่ายสินค้าคงคลังต้นทุนต่ำ ขณะที่ยอดขายยังได้รับแรงหนุนจากการเร่งสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าก่อนการปรับขึ้นราคา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกด้าน GPM มีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 และราคาสินค้าที่สูงขึ้นอาจเริ่มกดดันการเติบโตของยอดขาย

ด้าน BBIK คาดกำไรเติบโตโดดเด่น YoY จากการขยายตัวของรายได้บริการ AI สำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งยังเติบโตได้ดีกว่าผู้ประกอบการ Digital Transformation รายอื่นที่ยังมีสัดส่วนรายได้จาก AI อยู่ในระดับจำกัด ส่งผลให้ผลประกอบการของ BBIK มีแนวโน้มโดดเด่นกว่ากลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน INSET คาดกำไรปกติเติบโตแข็งแกร่งทั้ง QoQ และ YoY จากการทยอยรับรู้รายได้งาน Data Center ในมือที่มี Backlog กว่า 5.0 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าประมูลงานเพิ่มเติมมูลค่ารวมกว่า 7.0 พันล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป

ส่วน SAMART คาดกำไรปกติลดลง QoQ แต่ทรงตัว YoY โดยคาดผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จากการรับรู้รายได้โครงการของ SAMTEL ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ FSMART จับตายอดปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัวและ NPL ที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2569 จะควบคุมได้หรือไม่ หากทำได้สำเร็จ เราคาดกำไรจะฟื้นตัว QoQ ส่วน YoY ท้าทายจากฐานที่สูง คาดกำไรปกติจะเติบโตในครึ่งปีหลังของปี 2569 ที่เศรษฐกิจต่างจังหวัดกลับมาฟื้นตัว

และ SECURE คาดกำไรลดลงทั้ง QoQ และ YoY จากความล่าช้าในการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่บางส่วน หลังลูกค้าชะลอการตัดสินใจลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และผลประกอบการทั้งปียังมีแนวโน้มเติบโตได้

ทั้งนี้ คาดกลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 หลังราคาหุ้นพักฐานในช่วงไตรมาส 2/2569 ทำให้ความน่าสนใจเชิงมูลค่ากลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ปัจจัยบวกสำคัญประกอบด้วย 

1) การต่อยอดฐานลูกค้าสู่ธุรกิจสินเชื่ออุปกรณ์ไอทีผ่านแพลตฟอร์ม Virtual Bank ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนอย่างเต็มที่ โดยตลาดสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ไอทีมีขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว 

2) การเติบโตของธุรกิจหลักที่ยังได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนซ้ำซ้อนอย่างต่อเนื่อง และ

3) ความคืบหน้าของการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ซึ่งเรามองว่าภายใต้โครงสร้างตลาดที่เหลือผู้เล่นหลักเพียงสองรายและแต่ละรายมีคลื่นความถี่ในมือเพียงพออยู่แล้ว อำนาจต่อรองจะอยู่ฝั่งผู้ประกอบการมากกว่าภาครัฐ ส่งผลให้ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาคลื่นลดลง และอาจเป็นโอกาสในการบริหารต้นทุนคลื่นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มสื่อสาร โดยเลือก TRUE แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท เป็น Top Pick ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรและเงินปันผลที่มีโอกาสเร่งตัวได้มากกว่า ADVANC ในช่วง2-3 ปีข้างหน้า

สำหรับหุ้นขนาดกลาง เลือก BBIK แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 28.60 บาท จาก Valuation ที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต และเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน