“กรุงเทพธุรกิจ” เกาะติดสถานการณ์การประชุม COP30 โดยวันที่ 5 ของการประชุม (ศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน) ณ เมืองบาเลง ประเทศบราซิล เดินหน้ากำหนดทิศทางใหม่ของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และระบบการเงินโลก ผ่านการเปิดตัวพันธกิจ ความร่วมมือ และเงินทุนขนาดใหญ่ เพื่อผลักดันโลกสู่ระบบพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมปล่อยต่ำ และโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัยและยืดหยุ่น พร้อมวางรากฐานการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นธรรม ภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาคประชาสังคม
เริ่มด้วยการเปิดตัว Clean Energy Ministerial – Future Fuels Action Plan ซึ่งเป็นกลไกหลักภายใต้ Belem 4X Pledge มุ่งเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 4 เท่าภายในปี 2035 โดยประกอบด้วย 20 มาตรการที่มุ่งสร้างอุปสงค์ สร้างระบบบัญชีคาร์บอนโปร่งใส และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงข้ามทวีป โดย IEA จะติดตามความคืบหน้าทุกปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- สรุป COP30 วันที่ 4 เน้นสุขภาพ-การศึกษา เปิดตัว PISA เสริมทักษะรับโลกร้อนขึ้น
- สรุป COP30 วันที่ 3 ปลุกพลังคน สร้างงานใหม่ 375 ล้านตำแหน่ง จากภารกิจลดโลกร้อน
- สรุป COP30 วันที่ 2 ชูพลังท้องถิ่นในเวทีโลก งบ 30 ล้านเหรียญ ลดก๊าซมีเทนจากขยะ
- สรุป COP30 วันที่ 1 เกิดอะไรขึ้นบ้าง เน้นเทคโนโลยี รับมือวิกฤติอากาศทั่วโลก
Belem 4X Pledge ขยายใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน
Belem 4X Pledge มีประเทศที่เข้าร่วมขยายจาก 4 เป็น 23 ประเทศภายในเดือนเดียว แสดงถึงกระแสการเปลี่ยนผ่านที่กำลังแรงขึ้นทั่วโลก เช่น บราซิล อินเดีย ญี่ปุ่น อิตาลี ไปจนถึงยูเออี และหลายประเทศในแอฟริกา และละตินอเมริกา
Maersk ยักษ์ใหญ่เดินเรือโลกประกาศเป้าหมายเรือเมทานอล 41 ลำภายในปี 2027 พร้อมแผนดัดแปลงเรือใหญ่เป็นเครื่องยนต์คู่เป็นครั้งแรก รวมถึงสัญญาซื้อเมทานอลสีเขียว 500,000 ตันต่อปีตั้งแต่ปี 2026
ในลาตินอเมริกา 6 กลุ่มใหญ่จากภาคการบิน พลังงาน เกษตร ลงนามความร่วมมือสร้างระบบ SAF ของภูมิภาค ครอบคลุมมาตรฐานร่วม ห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ฟาร์มถึงสนามบิน และกรอบเงินทุนระดับภูมิทวีป
นอกจากนี้ Global Environment Facility (GEF) อนุมัติเงิน 15.8 ล้านดอลลาร์ ให้องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) พร้อมทุนร่วมกว่า 213 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งการผลิตไฮโดรเจนในแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา ขณะที่โครงการ 10 GW Lighthouse คัดเลือก 68 โครงการจากกว่า 500 โครงการในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการเงินและสัญญาเชิงพาณิชย์
กักเก็บพลังงานหมุนเวียน เตรียมรองรับ 3 เท่า
ภาคพลังงานสาธารณูปโภคทั่วโลกผ่านเครือข่าย Utilities for Net Zero Alliance (UNEZA) ประกาศเพิ่มการลงทุนเป็น 150,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จาก 117,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเน้นหัวใจสำคัญคือสายส่งใหม่ การกักเก็บพลังงาน และการยกระดับระบบไฟฟ้า รองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 3 เท่าภายในปี 2030
ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินพหุภาคีและองค์กรสากลร่วมกันตั้ง Global Grids & Storage Coordination Council และประกาศหลักการเงินภูมิอากาศสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า (Climate Finance Principles for Grids) เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงการลงทุนขนาดใหญ่
ผลลัพธ์เด่น ได้แก่ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และ World Bank อัดเงิน 12.5 พันล้านดอลลาร์ เสริม ASEAN Power Grid นอกจากนั้น ธนาคารพัฒนาทวีปอเมริกา (Inter-American Development Bank: IDB) เปิดตัวแพลตฟอร์มเร่งการส่งไฟฟ้าสำหรับละตินอเมริกาและแคริบเบียน โดยเยอรมนีให้คำมั่นสนับสนุนเงิน 15 ล้านยูโรในการขยายและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า
กรอบความร่วมมืออุตสาหกรรมสีเขียว
Belém Declaration on Global Green Industrialization ถูกประกาศเป็นกรอบกลางของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Markets and Developing Economies (EMDEs) หรือกลุ่มประเทศ เศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา และ ตลาดเกิดใหม่ ที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกำลังพัฒนาเข้าสู่สถานะของประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อใช้ “อุตสาหกรรมสีเขียว” เป็นหัวใจยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งอนาคต
พันธมิตร Mission Possible Partnership เผยว่ากำลังเดินหน้าลงทุนโครงการอุตสาหกรรมสะอาดรวม 140,000 ล้านดอลลาร์ โดยกว่า 1 ใน 3 ของโครงการอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งคิดเป็นโอกาสการลงทุนรวมถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์
ด้านเหล็กโลก ResponsibleSteel ลงนามร่วมกับจีนและยุโรปให้ “มาตรฐานเหล็ก” เชื่อมโยงถึงกันเป็นครั้งแรก ครอบคลุม 70% ของกำลังผลิตเหล็กโลก เพื่อสร้างตลาดเหล็กปล่อยต่ำระดับโลก
โลกทยอยถอนตัวจากฟอสซิล
หลายประเทศ และหลายองค์กรเริ่มถอนตัวจากฟอสซิลอย่างเป็นระบบ หลายกลไกสำคัญเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
- Powering Past Coal Alliance (PPCA) สนับสนุนประเทศกำลังกำหนดยุทธศาสตร์เลิกถ่านหิน ผ่านการช่วยเหลือด้านเงินทุน สมรรถนะ และการดำเนินงาน
- Beyond Oil & Gas Alliance (BOGA) เปิดตัวกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศผู้ผลิต–ผู้บริโภค เพื่อลดการผลิตน้ำมันและก๊าซผ่านแผนการเปลี่ยนผ่านตามลำดับขั้น
- การเงินโลกกำลังเปลี่ยนทิศอย่างชัดเจน ตั้งแต่ปี 2021 ประเทศสมาชิก CETP ลดการใช้เงินสาธารณะสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลลงถึง 75% ช่วยกัน สกัดเงินกว่า 31,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ให้ไหลกลับไปสู่อุตสาหกรรมฟอสซิล พร้อมกันนั้น การลงทุนด้านพลังงานสะอาดก็ พุ่งขึ้นถึง 77% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เริ่มเร่งเครื่องสู่อนาคตอย่างจริงจัง
- Coalition on Phasing Out Fossil Fuel Incentives Including Subsidies (COFFIS) เดินหน้าปฏิรูปเงินอุดหนุนฟอสซิล โดยข้อมูลใหม่ชี้ว่าเงินอุดหนุนทั่วโลกสูงถึง 7.63 ล้านล้านดอลลาร์ แต่คนจนที่สุดได้รับประโยชน์เพียง 9 เซนต์ต่อ 1 ดอลลาร์
- พันธมิตรที่ไม่ใช่ภาครัฐ EFFECT เปิดกรอบความร่วมมือใหม่ระหว่างประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้าฟอสซิล เพื่อทดลองโครงการเปลี่ยนผ่านในสถานการณ์จริง
ภาคขนส่งสู่เส้นทาง 1.5°C
มีการเปิดตัว Energy Efficiency De-Risking Platform ภายใต้ Mission Efficiency เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมนักลงทุนกับโครงการด้านประสิทธิภาพพลังงาน โดยมีระบบเตรียมโครงการ บริการช่วยเหลือด้านเทคนิค และเครื่องมือจัดการความเสี่ยง ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรม–อาคาร–ขนส่ง–ระบบแสงสว่าง
นอกจากนั้น 10 ประเทศผู้ลงนาม ได้แก่ ชิลี บราซิล สเปน โปรตุเกส นอร์เวย์ โคลอมเบีย ฮอนดูรัส คอสตาริกา สโลวีเนีย และสาธารณรัฐโดมินิกัน เห็นชอบเป้าหมายปี 2035 คือ
- ลดความต้องการพลังงานภาคขนส่ง 25%
- ใช้พลังงานจากไบโอฟิวล์ยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียนอย่างน้อย 1 ใน 3
Clean Cooking Fund ช่วยแล้ว 37 ล้านคน
Clean Cooking Fund ให้เงินสนับสนุนกว่า 86 ล้านดอลลาร์ แก่ 28 ประเทศ โดยธนาคารโลกได้ใช้เงินนี้ดึงดูดเงินเพิ่ม ได้แก่
- 102 ล้านดอลลาร์จาก IDA/IBRD
- 10.81 ล้านดอลลาร์จากการเงินคาร์บอน
- 279 ล้านดอลลาร์จากเอกชน
ส่งผลให้ประชาชนกว่า 37 ล้านคน และโรงเรียนกว่า 2,772 แห่ง เข้าถึงเตาปรุงอาหารสะอาด
ที่มารูป: COP 30 Press Office (COP30 Brasil Amazônia)





