background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘สารเคมีตลอดกาล’ ปนเปื้อนทุกที่ในโลก ตั้งแต่ในอากาศ พื้นดิน และในน้ำ

‘สารเคมีตลอดกาล’ ปนเปื้อนทุกที่ในโลก ตั้งแต่ในอากาศ พื้นดิน และในน้ำ

เมื่อร้อยปีที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้จัก “สารเคมีตลอดกาล” หรือ PFAS แต่ในตอนนี้สารดังกล่าว ปนเปื้อนอยู่ในทุกอณูของสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ในอากาศ ผืนดิน และน้ำบาดาล ทั้งในหิมะบนขั้วโลกเหนือที่ห่างไกล ไปจนถึงไข่เต่าที่ฝังอยู่บนหาดทราย ทำให้แต่ละประเทศต่างกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นจากสารพิษเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

“สารเคมีตลอดกาล” หรือ PFAS เป็นสารเคมีประเภทหนึ่งที่มีความทนทานสูง และสลายตัวช้ามาก ถูกใช้เป็นส่วนประกอบข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันหลากหลายประเภท เพื่อทำให้บรรจุภัณฑ์ สี และสารเคลือบมีความทนทานต่อน้ำหรือความร้อนเป็นพิเศษ เช่น เครื่องครัว โฟมดับเพลิง และเสื้อผ้า ตลอดจนบรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ โดยปัจจุบันมีสารประกอบทางเคมีอย่างน้อย 4,000 ชนิดที่เป็น PFAS

 

แหล่งน้ำทั่วโลก ปนเปื้อน “PFAS” 

การศึกษาใหม่เก็บตัวอย่างน้ำมากกว่า 45,000 ตัวอย่างทั่วโลกพบว่าประมาณ 31% ของตัวอย่างน้ำใต้ดิน มีระดับ PFAS ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์โดยหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม แม้แหล่งที่เก็บน้ำจะไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งที่มีการปนเปื้อนก็ตาม ขณะที่ 16% ของน้ำผิวดิน เช่น ลำธาร แม่น้ำ สระน้ำ และทะเลสาบ ประมาณ 16% ที่ไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งใดๆ ที่ทราบ มีระดับ PFAS ที่เป็นอันตรายเช่นเดียวกัน

การค้นพบนี้ “สัญญาณเตือนภัย” แก่มนุษย์ให้ตระหนักถึงปัญหาสารเคมีที่ส่งผลกระทบในระยะยาว “ไม่ใช่แค่สำหรับ PFAS เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสารเคมีอื่นๆ ทั้งหมดที่เราปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมด้วย เราจำเป็นต้องทราบถึงผลกระทบระยะยาวต่อมนุษย์หรือระบบนิเวศ” เดนิส โอคาร์รอล ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ และเป็นหนึ่งในผู้เขียนการศึกษาวิจัยนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature Geoscience กล่าว 

ในการศึกษาพบว่าสหรัฐและออสเตรเลียมีความเข้มข้นของ PFAS สูงเป็นพิเศษในตัวอย่างน้ำ โดยพบการปนเปื้อนระดับสูงสุดใกล้กับสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามบินและฐานทัพทหาร ซึ่งมักใช้โฟมที่มีส่วนผสมของ PFAS เพื่อดับไฟ ประมาณ 60-70% ของตัวอย่างน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินใกล้กับสถานที่เหล่านี้มีระดับ PFAS เกินกำหนด 

อย่างไรก็ตาม ดร.เดวิด แอนดรูว์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสขององค์กรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าแม้ว่าการบำบัดน้ำดื่มจะมีความสำคัญ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ งานวิจัยของเขาเองแสดงให้เห็นว่าสารเคมี PFAS แพร่หลายในสัตว์ป่าเช่นกัน

“เมื่อ PFAS แพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม การกำจัดพวกมันก็เป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อ หรือในหลาย ๆ กรณีก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือการไม่ใช้มันตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีทางเลือกอื่นที่ชัดเจน” ดร.แอนดรูว์กล่าวสรุป

 

“PFAS” แฝงอยู่ในสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

สารเคมีตลอดกาล เหล่านี้เป็นสารประกอบถาวร ไม่ย่อยสลายและเคลื่อนที่ได้ พวกมันได้ฟุ้งกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งในน้ำ อากาศ ปลา และดินในมุมที่ห่างไกลที่สุดของโลก ทำให้เกิดการปนเปื้อนได้

ไม่มีระบบนิเวศใดรอดพ้นจาก PFAS” ยานน์ อามิโนต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์มหาสมุทรแห่งฝรั่งเศส หรือ IFREMER กล่าว 

อามิโนต์ใช้เวลาหกปีในการตรวจสอบปลาทูน่าจากมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ตับโลมาจากอ่าวบิสเคย์ และตัวอย่างจากฟาร์มหอยนางรมในฝรั่งเศส ซึ่งพบว่าทุกตัวอย่างมีสาร PFAS ปนเปื้อนอยู่ทั้งสิ้น

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนมกราคมโดย American Chemical Society องค์กรวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหากำไร ระบุว่า PFAS ถูกตรวจพบในมหาสมุทรอาร์กติกที่ระดับความลึก 914 เมตร ขณะที่ IFREMER พบว่า ทุกห่วงโซ่อาหารในบริเวณปากแม่น้ำแซน ประเทศฝรั่งเศส มี PFAS ปะปนอยู่ ตั้งแต่ในแพลงก์ตอนตัวจิ๋ว มาจนถึงหอย ส่งต่อไปที่ปลาตัวเล็ก มาจนถึงปลากะพงขาวและปลาโซล (ปลาตาเดียว) และนักล่าตัวใหญ่อื่น ๆ 

ขณะที่การศึกษาในปี 2022 จากออสเตรเลีย พบว่ามีการถ่ายทอด PFAS จากเต่าตัวเมียไปยังไข่เต่า ส่วนงานวิจัยอื่น ๆ พบการเจือปน PFAS ในตับของหมีขั้วโลก แมวน้ำ นกและสัตว์อื่น ๆ

 

นานาชาติเตรียมแบน “PFAS”

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงที่แพร่หลายของ PFAS ในธรรมชาติ แต่อันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้คนและโลกนั้นยากต่อการพิสูจน์อย่างชัดเจน เป็นเวลากว่า 20 ปีที่แล้ว การศึกษาในสหรัฐสรุปว่า เมื่อ PFAS เข้าไปในร่างกาย อาจเข้าไปทำลายสมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังและส่งผลต่อระบบประสาทได้ รวมถึงอาจทำลายระบบภูมิคุ้มกันและตับ ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ มะเร็งไตและมะเร็งลูกอัณฑะ

ต้นเดือนเม.ย. 2567 สมาชิกสภานิติบัญญัติของฝรั่งเศสจะเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำกับดูแล PFAS ในสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน พร้อมพิจารณาแบนไม่ให้ใช้ PFAS ตั้งแต่ปี 2568 หากมีวัสดุทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

ส่วนสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาการห้ามใช้ PFAS ทั่วยุโรปตั้งแต่ต้นปี 2569 ในขณะที่นิวซีแลนด์จะห้ามการใช้ PFAS ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายในปี 2570

ทางด้านหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ กล่าวว่าวัสดุที่มี PFAS จะไม่ถูกนำมาใช้ในการบรรจุป๊อปคอร์นด้วยไมโครเวฟหรืออาหารมันเยิ้มอื่น ๆ อีกต่อไป นอกจากนี้ศาลสหรัฐ อนุมัติข้อตกลงในการดำเนินคดีโดยกลุ่มบริษัท 3M ตกลงที่จะจ่ายเงินหลายพันล้านเพื่อทดสอบและกรอง PFAS ในแหล่งน้ำสาธารณะ

แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ของปัญหาเท่านั้น เพราะนอกจากในตอนนี้จะมี PFAS ปนเปื้อนไปทั่วแล้ว การใช้สารเคมีตลอดชีพยังคงเป็นส่วนประกอบที่เป็นความลับในหลากหลายอุตสาหกรรม และยังคงใช้มันต่อไป


ที่มา: PhysThe GuardianThe New York Times