วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'โลกร้อน' ทำให้ 'ไวน์บอร์กโดซ์' อร่อยขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี!

'โลกร้อน' ทำให้ 'ไวน์บอร์กโดซ์' อร่อยขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี!

“โลกร้อน” ส่งผลให้ “ไวน์บอร์กโดซ์” ในฝรั่งเศสมีรสชาติดีขึ้น แต่นั่นอาจไม่ใช่เรื่องดี เพราะยิ่งโลกร้อนมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้ง และไฟป่าทำลายไร่องุ่น

คอไวน์หลายคนคงประสบปัญหาคล้ายกันว่า ช่วงหลังๆ มานี้ ไวน์แบรนด์หรูสุดโปรดมีรสชาติเปลี่ยนไป แม้จะทำจากองุ่นสายพันธุ์เดิม และผลิตจากแหล่งพื้นที่ปลูกดั้งเดิมก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่! เพราะช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเคยมีรายงานเกี่ยวกับอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น ส่งผลให้ “รสชาติไวน์” ของแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังทั่วโลกเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นไวน์อิตาลี ฝรั่งเศส ชิลี ออสเตรเลีย ฯลฯ

กล่าวคือ เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป และอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น ทำให้องุ่นสุกเร็ว และมีน้ำตาลสูงขึ้น จึงมีรสชาติหวานขึ้น อีกทั้งองุ่นที่สุกเร็วจะไม่สามารถผลิตสารแทนนินซึ่งมีรสฝาดในไวน์ได้ทัน เมื่อนำองุ่นเหล่านั้นมาผลิตไวน์จึงไม่ได้รสชาติตามมาตรฐานดั้งเดิม แถมน้ำตาลที่มากขึ้นก็จะแปรสภาพเป็นแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลต่อรสชาติไวน์เช่นกัน

'โลกร้อน' ทำให้ 'ไวน์บอร์กโดซ์' อร่อยขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี!

 

  • อยากได้ไวน์รสชาติดั้งเดิม ต้องเร่งเก็บเกี่ยวองุ่นให้เร็วขึ้น

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเรื่องรสชาติ ผู้ผลิตไวน์หลายเจ้าจึงต้องเร่งเก็บเกี่ยวองุ่นให้เร็วขึ้นกว่าเดิม (ไม่รอให้โตเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน เพื่อป้องกันองุ่นสุกก่อนเวลา) เพื่อที่จะได้ผลิตไวน์ให้มีรสชาติมาตรฐานตามเดิม แต่นั่นก็ทำให้ได้ผลผลิตองุ่นน้อยลง และผลิตเป็นไวน์ได้น้อยลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อยอดขาย และธุรกิจไวน์หลายๆ แบรนด์ทั่วโลก

ยกตัวอย่างเช่น ในหน้าร้อนของปี 2019 แหล่งผลิตไวน์ทางตอนใต้ของออสเตรเลียต้องประสบกับอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปีนั้นมีการสูญเสียผลผลิตองุ่นขาวถึง 8% โดยเฉพาะองุ่นสายพันธุ์ Chardonnay ที่ใช้ผลิตไวน์มีผลผลิตลดลงถึง 12%

หากอุณหภูมิโลกยังพุ่งสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ อาจส่งผลเสียถึงขั้นที่ว่าองุ่นผลิตไวน์สายพันธุ์ดั้งเดิมอาจปลูกไม่ได้อีกต่อไป ผู้ผลิตไวน์ต้องเปลี่ยนไปปลูกองุ่นสายพันธุ์ใหม่ นั่นอาจทำให้องุ่นสายพันธุ์ดั้งเดิมสูญพันธุ์ และโลกนี้จะไม่มีไวน์รสชาติดั้งเดิมอีกต่อไป

 

  • ขณะที่ไวน์เจ้าอื่นรสชาติแย่ลง แต่ไวน์บอร์กโดซ์กลับอร่อยขึ้นเพราะโลกร้อน

ในขณะที่แหล่งผลิตไวน์หลายแห่งทั่วโลกกำลังประสบปัญหา "ไวน์รสชาติเปลี่ยน" จากภาวะโลกร้อนดังกล่าว แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับพบว่า ภาวะโลกร้อนทำให้ ไวน์บอร์กโดซ์” ในฝรั่งเศสมีรสชาติดีขึ้น เนื่องจากไวน์บอร์กโดซ์จะมีคุณภาพสูงสุดในช่วงฤดูร้อนที่อากาศอบอุ่น และแห้ง มากกว่าช่วงฤดูหนาวที่เย็น และมีความชื้นสูง อีกทั้งการที่สภาพอากาศร้อนยาวนานขึ้น ก็ส่งผลให้ฤดูปลูก และเก็บเกี่ยวองุ่นผลิตไวน์ยาวนานขึ้นด้วย

'โลกร้อน' ทำให้ 'ไวน์บอร์กโดซ์' อร่อยขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี!

ข้อมูลดังกล่าวมาจากงานวิจัยของ iScience ที่วิเคราะห์ชุดข้อมูลพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งมีการรวบรวมการให้คะแนนรสชาติไวน์ และสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ปี 1950 ถึง 2020 (ยาวนานถึง 70 ปี) โดยการศึกษาและเปรียบเทียบพบว่า ไวน์ที่รสชาติดีที่สุดจากเมืองบอร์กโดซ์ มักถูกผลิตขึ้นในปีที่มีอากาศร้อน และแห้งกว่าปกติ

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าฝรั่งเศสจะร้อนขึ้นกว่านี้อีก 4 องศาเซียลเซียส ดังนั้นในอนาคตการปลูกองุ่นบอร์กโดซ์ในภูมิภาคนี้ก็จะยิ่งมีรสหวานมากขึ้น ซึ่งช่วยให้รสชาติของไวน์ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะโลกร้อนจะช่วยให้ไวน์บอร์กโดซ์อร่อยขึ้น ก็นั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้องุ่นบอร์กโดซ์ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อไร่องุ่น หากเกิดภัยแล้งหนักต้นองุ่นจะยืนต้นตาย ให้ผลผลิตไม่ได้ ถ้าเกิดไฟป่าก็มีความเสี่ยงที่ไร่องุ่นจะถูกเผาทำลาย หรือแม้ว่าจะไม่ถูกเผาแต่ควันจากไฟป่าก็ส่งผลเสียต่อรสชาติขององุ่น ทำให้ไม่สามารถนำไปผลิตไวน์ได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิต “ไวน์” ชื่อดังในภูมิภาคไหน และไม่ว่าไวน์จะรสชาติดีขึ้นหรือไม่ก็ตาม “ภาวะโลกร้อน” ก็ยังเป็นปัญหาในระยะยาวต่อธุรกิจไวน์อยู่ดี

'โลกร้อน' ทำให้ 'ไวน์บอร์กโดซ์' อร่อยขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี!

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์