วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

'อนาคต' ไม่ได้มีแค่ทางเดียว บทบาทผู้บริหารในองค์กร โดย 'อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา'

ถ้าพรุ่งนี้โลกไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ องค์กรของเรา ยังไปต่อได้หรือไม่ ? งานวิจัยของ McKinsey ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 สะท้อนช่องว่างนี้ได้อย่างน่าสนใจ

จากการสำรวจผู้บริหารระดับสูง 202 คนในหลายอุตสาหกรรมและหลากภูมิภาคพบว่า 80% มองว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันส่งผลลบต่อธุรกิจ แต่มีเพียง 15% ขององค์กรเท่านั้นที่มีหน่วยงานข่าวกรองด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Intelligence) โดยเฉพาะ และประมาณ 1 ใน 3 ไม่เคยใช้การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Scenario Analysis) เพื่อทดสอบความพร้อม ส่วนอีก 50% ไม่เคยนำความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ขึ้นมาหารือกันในระดับบอร์ดของบริษัทเลย

McKinsey เสนอแนวคิดที่น่าสนใจว่า การมองการณ์ไกลเชิงกลยุทธ์ (Strategic Foresight) ไม่ใช่ศาสตร์แห่งการทำนายอนาคต แต่เป็นการสำรวจอนาคตที่เป็นไปได้หลายๆ แบบ แล้วถามต่อว่า หากแต่ละแบบเกิดขึ้น เราควรเตรียมอะไรไว้บ้าง สอดคล้องอย่างมากกับทักษะ Embracing Global Awareness หนึ่งในทักษะสำคัญภายใต้ IMPACT Leadership Model ที่สลิงชอท กรุ๊ป ทำวิจัยร่วมกับ Center for Creative Leadership เพื่อค้นหาคุณสมบัติของผู้นำไทยที่จะก้าวไปสู่มาตรฐานความเป็นผู้นำระดับสากล

Embracing Global Awareness  หมายถึงความสามารถในการติดตามแนวโน้มโลก เข้าใจว่าเหตุการณ์ภายนอกอาจส่งผลต่อแผนขององค์กรอย่างไร และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างกลยุทธ์ที่ทำให้องค์กรพร้อมแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'AI มาเร็ว แต่คนเปลี่ยนช้า' โดย 'อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา'

เมื่อข้อมูลไม่พอ คุณยังกล้าตัดสินใจหรือไม่ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Natarajan Chandrasekaran หรือ N. Chandra ประธาน Tata Sons บริษัทแม่ของ Tata Group กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของอินเดีย  ข้างหนึ่งคือ TCS ธุรกิจเทคโนโลยีที่ดำเนินงานในกว่า 50 ประเทศ อีกข้างคือ Tata Motors และ Jaguar Land Rover ในอุตสาหกรรมรถยนต์ และยังมี Tata Steel, Tata Power, Tata Consumer Products, Indian Hotels, Air India รวมถึงธุรกิจใหม่อย่างเซมิคอนดักเตอร์และแบตเตอรี่ ที่แต่ละธุรกิจได้รับผลกระทบจากโลกคนละแบบ

ความผันผวนของค่าเงินอาจเป็นข่าวดีของธุรกิจหนึ่งแต่เป็นข่าวร้ายของอีกธุรกิจ ราคาพลังงานกระทบสายการบินกับโรงแรมไม่เหมือนกัน ขณะที่กำแพงภาษีและการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สามารถเปลี่ยนสมการของธุรกิจรถยนต์ เหล็ก และเซมิคอนดักเตอร์ไปพร้อมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ N. Chandra มองเห็นมาระยะหนึ่งแล้วว่า การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานของโลกกำลังเปลี่ยน จากยุคที่ธุรกิจให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำที่สุด ไปสู่ยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น (Resilience) และการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์มากขึ้น

Tata จึงมองการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงภัยคุกคาม แต่เป็นโอกาสของอินเดียที่จะกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก เขาจึงไม่ได้วางเดิมพันไว้กับอนาคตแบบเดียว

ในปี 2025 Tata Group เดินหน้าสร้างฐานการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) หลายแห่ง ตั้งแต่โรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบ iPhone การประกอบเครื่องบิน C-295 ไปจนถึงโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ที่ Dholera และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (Gigafactory) ทั้งในอินเดียและสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน Tata Motors ยังเดินหน้าการเข้าซื้อ Iveco ซึ่งช่วยขยายตำแหน่งของธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ในตลาดโลก

N. Chandra เขียนถึงพนักงานช่วงต้นปี 2026 ว่า ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในความไม่แน่นอนนั้นกลับมีโอกาสเชิงกลยุทธ์ซ่อนอยู่ด้วย และสิ่งที่องค์กรต้องสร้างควบคู่กับการเติบโตคือ ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัว เพราะคำถามไม่ใช่ว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือองค์กรจะฟื้นตัวจากเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดีเพียงใด ต่างหาก

นี่คือความแตกต่างเล็กๆ ที่สร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ระหว่างการคาดการณ์กับการเตรียมพร้อม

ลองเพิ่มคำถามหนึ่งเข้าไปในการประชุมวางแผนว่า “มีอะไรเกิดขึ้นในโลกที่อาจทำให้สมมติฐานของเราไม่จริงอีกต่อไป?” จากนั้นแทนที่จะทำการคาดการณ์เพียงชุดเดียว ลองสร้างสถานการณ์จำลองอย่างน้อย 2-3 แบบ เช่น ถ้าตลาดโตเร็วกว่าคาด ถ้าเศรษฐกิจชะลอตัว หรือถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วถามต่อว่า แต่ละสถานการณ์มีสัญญาณเตือนอะไรและเราจะทำอะไรที่แตกต่างออกไป

อีกเรื่องที่สำคัญคือ อย่าติดตามเฉพาะข่าวในอุตสาหกรรมของตัวเอง เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จำนวนมาก มักเดินทางข้ามอุตสาหกรรม ความสามารถในการทำการสแกนแนวราบ (Horizontal Scanning) มองทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม การเมือง พฤติกรรมผู้บริโภค และอุตสาหกรรมอื่น จะช่วยให้เห็นสัญญาณบางอย่างก่อนที่มันจะเดินมาถึงหน้าประตูองค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนาการมองการณ์ไกลเชิงกลยุทธ์ (Strategic Foresight) ที่ระบุไว้ใน Embracing Global Awareness เช่นกัน

เพราะวันที่พายุมาถึงจริงๆ องค์กรที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่องค์กรที่ทายถูกว่าพายุจะมาเมื่อไร แต่คือองค์กรที่เตรียมเรือไว้หลายแบบ และรู้ว่าจะหันหัวเรือไปทางไหน เมื่อสภาพลมเปลี่ยนทิศ ดังนั้น ถ้าพรุ่งนี้โลกไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ องค์กรจะยังไปต่อได้หรือไม่?

คำตอบอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราทำนายอนาคตเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่เราเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตไว้กี่แบบ