วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

'AI มาเร็ว แต่คนเปลี่ยนช้า' โดย 'อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา'

'AI มาเร็ว แต่คนเปลี่ยนช้า' โดย 'อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา'

เคยสังเกตไหมว่าองค์กรจำนวนไม่น้อย ประกาศใช้ AI แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เปลี่ยนแปลง ระบบใหม่ถูกติดตั้ง เครื่องมือใหม่ถูกซื้อมาใช้งาน แต่พฤติกรรมการทำงานของคนยังเหมือนเดิม บางทีมใช้แบบผิวเผิน บางทีมไม่ใช้เลย และบางทีมเริ่มรู้สึกว่า AI คือภาระมากกว่าตัวช่วย

คำถามคือ ปัญหานี้เกิดจากเทคโนโลยีหรือเกิดจากคนยังไม่เห็นภาพเดียวกัน

Gallup เพิ่งรายงานว่า ในองค์กรที่เริ่มใช้ AI ความแตกต่างที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่หัวหน้างาน ทีมที่รู้สึกว่าหัวหน้าสนับสนุนอย่างจริงจัง จะเห็นว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทีมที่ขาดการสื่อสารและการสนับสนุน มักมองว่า AI ทำให้การทำงานซับซ้อนขึ้น

ในขณะที่ McKinsey ก็สะท้อนภาพเดียวกันว่า ความท้าทายขององค์กรในยุค AI ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการทำให้คนทั้งองค์กรเข้าใจตรงกันและปรับตัวไปพร้อมกัน

เมื่อมองลึกลงไป จะพบว่าแก่นของปัญหาไม่ใช่ AI มาเร็วเกินไป แต่คือคนในองค์กรยังมองอนาคตไม่เหมือนกัน และนี่คือเหตุผลที่ทักษะ Articulating Vision กลายเป็นหัวใจสำคัญของผู้นำในยุคนี้

ใน IMPACT Leadership Model ที่สลิงชอท กรุ๊ป พัฒนาร่วมกับ Center for Creative Leadership ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล Articulating Vision ไม่ใช่แค่การบอกว่าองค์กรจะไปไหน แต่คือการทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันและเข้าใจว่าตัวเองมีบทบาทอย่างไรในภาพนั้น

เพราะถ้าผู้นำเห็นภาพชัด แต่ทีมเห็นไม่ชัด สุดท้ายแล้วความเร็วของ AI ก็ไม่มีความหมาย

ลองมองกรณีของ Adobe ในช่วงที่บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ จากการขายซอฟต์แวร์แบบซื้อขาด ไปสู่ระบบ Subscription ผ่าน Adobe Creative Cloud ในมุมของธุรกิจ นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่จำเป็น แต่ในมุมของพนักงาน นี่คือความไม่แน่นอนครั้งใหญ่

ทีมขายตั้งคำถามทันทีว่า แล้วรายได้จะหายไปหรือไม่ ทีมพัฒนากังวลว่า ลูกค้าจะยอมเปลี่ยนหรือเปล่า หลายคนไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องเปลี่ยน

ถ้าในตอนนั้น Adobe เลือกที่จะสื่อสารแค่เราจะเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ โอกาสสูงมากที่องค์กรจะเกิดแรงต้านจากภายใน แต่สิ่งที่ Shantanu Narayen และทีมผู้นำทำ คือการเล่าอนาคตให้เห็นภาพ

พวกเขาไม่ได้พูดแค่เรื่องโมเดลรายได้ แต่สื่อสารให้คนทั้งองค์กรเห็นว่า อนาคตของลูกค้ากำลังเปลี่ยนไป ลูกค้าไม่อยากซื้อซอฟต์แวร์เป็นชิ้นๆ อีกต่อไป แต่ต้องการ ecosystem ที่เชื่อมต่อ ทำงานร่วมกันได้ และอัปเดตตลอดเวลา และที่สำคัญ พวกเขาทำให้พนักงานเห็นว่าบทบาทของแต่ละคน จะมีความสำคัญในโลกใหม่นี้อย่างไร

จากทีมขายที่เคยปิดดีลครั้งเดียว กลายเป็นผู้ดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว จากทีมพัฒนาโปรดักต์ กลายเป็นผู้สร้างประสบการณ์ต่อเนื่องให้ลูกค้า ผลลัพธ์คือ Adobe ไม่ได้แค่ผ่านการเปลี่ยนแปลง

แต่กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ transform ได้สำเร็จที่สุดในโลก

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะแผนดีอย่างเดียว แต่เป็นเพราะคนทั้งองค์กรเห็นภาพเดียวกัน นี่คือพลังของ Articulating Vision

ในโลกของ AI วันนี้ สถานการณ์ไม่ต่างกัน หลายองค์กรพูดว่าเราจะใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่สำหรับทีมงาน คำพูดนี้ยังคลุมเครือเกินไป บางคนได้ยินแล้วคิดว่างานจะหายไหม บางคนคิดว่าต้องเรียนอะไรเพิ่มอีก บางคนไม่แน่ใจว่าสุดท้ายมันจะช่วยอะไรฉันได้จริงหรือเปล่า

ถ้าผู้นำไม่สามารถแปลคำว่า AI ให้กลายเป็นภาพที่จับต้องได้ ทีมก็จะสร้างภาพของตัวเองขึ้นมาแทนและส่วนใหญ่ ภาพนั้นมักเต็มไปด้วยความกังวลมากกว่าความหวัง

ผู้นำที่มีทักษะ Articulating Vision (ความสามารถในการวาดภาพความสำเร็จในอนาคตให้เห็นได้อย่างชัดเจน) จะไม่หยุดอยู่ที่การพูดว่า “เราจะใช้ AI” แต่จะทำให้เห็นว่า งานตรงไหนของทีมจะง่ายขึ้น ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างไร และพนักงานแต่ละคนจะเติบโตไปในทิศทางไหน เพราะสุดท้ายแล้ว คนจะไม่เดินตามเทคโนโลยี แต่จะเดินตามความหมายที่เขาเข้าใจ

บทเรียนจากเรื่องนี้ มีสิ่งที่หัวหน้างานหรือผู้บริหารอย่างพวกเรา สามารถนำไปใช้ได้ทันที

อย่างแรก ก่อนพูดว่าองค์กรจะทำอะไร ต้องตอบให้ได้ว่าทำไปเพื่ออะไรในมุมของคนทำงาน

ถ้าคำตอบยังเป็นภาษากลยุทธ์อยู่ แปลว่ายังไม่ชัดพอ

อย่างที่สอง วิสัยทัศน์ต้องถูกเล่าซ้ำในหลายบริบท ไม่ใช่แค่ใน town hall แต่ต้องเชื่อมกับงานประจำวัน การตัดสินใจ และการตั้งเป้าหมายของทีม และสุดท้าย ทำให้ทุกคนเห็นตัวเองในอนาคตนั้น เพราะคนจะทุ่มเทกับสิ่งที่เขารู้สึกว่าเกี่ยวกับเขา

ท้ายที่สุดแล้ว AI จะมาเร็วแค่ไหน อาจไม่ใช่คำถามที่สำคัญที่สุด คำถามที่สำคัญกว่าคือ

ผู้นำสามารถทำให้คนเห็นภาพเดียวกันได้เร็วพอหรือไม่ เพราะองค์กรจะไม่ไปได้ไกล ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะไปได้ไกล เมื่อคนทั้งองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน

และคำตอบของคำถามตอนต้นก็คือ AI อาจมาเร็วจริง แต่ถ้าผู้นำทำให้คนในทีมเห็นภาพเดียวกันได้ทันเวลา ความเร็วของ AI จะไม่ใช่ความเสี่ยงอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นโอกาสที่ทุกคนในองค์กร ไขว่คว้าไว้ได้พร้อมกัน