เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (Eka Global)ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอันดับ 1 ของเอเชีย และติดอันดับท็อป 5 ของโลก ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้บริโภคหรือ กลยุทธ์การเจาะตลาดที่เฉียบคมเท่านั้น ทว่ารากฐานสำคัญยังมาจากวิถีการใช้ชีวิตและการบริหารคนของ “ชัยวัฒน์ นันทิรุจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ผู้ซึ่งหลอมรวม “สุนทรียะแห่งชีวิต” เข้ากับการขับเคลื่อนองค์กรพันล้านที่มีพนักงานกว่า 200คนทั้งในไทยและอินเดีย ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 2,850 ล้านชิ้นต่อปี ส่งออกผลิตภัณฑ์ 42 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก รวมรายได้ปีที่แล้ว 1,100 ล้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
คนไทยเสียชีวิตกะทันหันชั่วโมงละ 8 คน วัยทำงาน-นักกีฬาเสี่ยงสุด
ศิลปะใช้ชีวิตความรื่นรมย์ที่เลือกได้
นวัตกรรมที่เป็นหัวใจหลักของ เอกา โกลบอล คือบรรจุภัณฑ์ที่เรียกว่า “Longevity Packaging” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้นานถึง 2 ปีโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ต้องใส่สารกันบูด จากกระบวนการผลิตแผ่นพลาสติกหลายชั้น (Multi-layer Sheet Extrusion)
แม้จะกุมบังเหียนธุรกิจพันล้านที่มีฐานการผลิตทั้งในไทยและอินเดีย แต่ "ชัยวัฒน์" ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างยิ่งยวด กิจวัตรประจำวันของเขาเริ่มต้นตั้งแต่ตี 5 เพื่อตื่นมาพร้อมลูกๆ และทำหน้าที่คุณพ่อไปส่งลูกที่โรงเรียน จากนั้นในเวลา 6 โมงเช้า เขาจะแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกาย โดยชัยวัฒน์ หลงใหลในการวิ่งมาราธอนมานานกว่า 7-8 ปี
การวิ่งของเขาไม่ใช่แค่การรักษาสุขภาพ แต่เป็นการ “ฝึกจิตใจ” โดยเขาเคยผ่านสนามวิ่งมาราธอนระดับโลกมาแล้วทั้งปารีส มาราธอน (เวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที) และโอซาก้ามาราธอน (เวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที) แม้ในปัจจุบันที่งานรัดตัว เขาก็ยังคงรักษาวินัยด้วยการวิ่งวันละ 7-8 กิโลเมตร ทุกเช้า
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ซีอีโอ ผู้นี้ยังมีสุนทรียะในด้านการสะสมภาพวาดศิลปะและการดื่มไวน์ โดยเขามีไวน์สะสมกว่า 3,000 ขวด ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่ฮ่องกง สำหรับเขาแล้ว ไวน์และภาพวาดไม่ใช่มูลค่าเพื่อการเก็งกำไร แต่คือความรื่นรมย์ทางใจที่เขานำมาแบ่งปันกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิทในร้านอาหาร “เทปัน ฟรานซ์ คันดะ” (Teppan France Kanda) ร้านอาหารฝรั่งเศสกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะที่เขาร่วมเป็นหุ้นส่วน
โอกาสพนักงานรุ่นใหม่ไปเติบโตใน“อินเดีย”
ชัยวัฒน์ กล่าวว่าพนักงานส่วนใหญ่ขององค์กรในไทยจะเป็นกลุ่มเจเนอเรชันเอกซ์ (Gen X) แต่ในส่วนทีมงานนวัตกรรมก็มี“คนรุ่นใหม่”เข้ามาเป็นกำลังหลักในการพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคหากพนักงานคนใดมีความต้องการเติบโตอย่างรวดเร็วบริษัทก็พร้อมที่จะส่งเสริมพนักงานให้ไปรับตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management) ที่โรงงานในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
“การไปทำงานที่โรงงานของ เอกา โกลบอล ในประเทศอินเดียนั้น ถือเป็นโอกาสทองในการเติบโตแบบก้าวกระโดดในสายอาชีพ (Fast-track Career Growth) ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเลื่อนขั้นเป็นผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management) เนื่องจากโรงงานที่อินเดียเพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่นานและกำลังขยายตัว จึงยังมีความต้องการบุคลากรในระดับผู้บริหารระดับกลางอีกเป็นจำนวนมากเป็นการส่งเสริมการทำงานข้ามวัฒนธรรม (Cross-cultural Collaboration)ทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานชาวไทยและชาวอินเดียพัฒนาศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคล และเชื่อมโยงวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันอีกด้วย”
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของเอกา โกลบอล ในอินเดียถือเป็นตลาด S-curve ที่มียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงปีละ 100% การได้ไปร่วมงานในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างร้อนแรงเช่นนี้ จะเป็นเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่าในระดับสากลเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางอาชีพ (Career Path) ที่ชัดเจนการเปิดโอกาสให้พนักงานไปเติบโตในต่างประเทศ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารที่ช่วยให้พนักงานมองเห็นความก้าวหน้าของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้พนักงานมีความสุข (Happy) รู้สึกผูกพันกับองค์กร
“ในเรื่อง Work-Life Balance นี้ผมให้ความสำคัญกับกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องชั่วโมงการทำงาน เพื่อให้พนักงานกว่า 100 ชีวิตในไทยรวมทั้งในอินเดียอีกกว่า 80ชีวิตมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งหมด 200 คนมีเส้นทางการเติบโต (Career Path) ที่ชัดเจนทุกคนต้องมีเวลาทำงาน และต้องมีเวลาที่พักด้วย ผมให้ความสำคัญพนักงานในองค์กรอัตราการลาออก (Turnover Rate) ของบริษัทต่ำมากเพียง 2-3% ต่อปี และพนักงานส่วนใหญ่อยู่ร่วมงานกันมานานกว่า 10 ปี”
วิชชั่น โอกาส และดวงสู่ธุรกิจระดับโลก
“ชัยวัฒน์” เล่าว่า ธุรกิจบรรจุภัณฑ์หรือ แพคเกจจิ้ง (Packaging) เป็นเรื่องนวัตกรรม เมื่อ 20 ปีที่แล้วโจทย์ครั้งแรกอยากทำสิ่งที่ไม่มีคนทำ และเป็นธุรกิจในอนาคตถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบันก็คล้ายๆ สตาร์ทอัปแพคกจจิ้งตอนนั้นเมืองนอกมีใช้แล้ว เมืองไทยยังไม่มี มองว่า เป็นเทรนด์ของธุรกิจที่ต้องมาด้านนี้ ก็เลยทำธุรกิจในสิ่งที่ยังไม่มี ซึ่งต้องใช้ความอดทนและมุ่งมั่นสูง
กว่าจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชัยวัฒน์ เล่าว่าเริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อราว 20 ปีก่อน ในยุคที่บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารเป็นเรื่องใหม่มากในไทย เขาต้องอดทนกับสภาวะที่ “ไม่มีลูกค้าเลย” ถึง 4-5 ปี และเผชิญกับสภาวะขาดทุนนับร้อยล้านบาท เนื่องจากลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารต้องใช้เวลาทดสอบอายุสินค้านานถึง 2 ปี
แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่า นี่คือ นวัตกรรม ที่จะมาทดแทนกระป๋องเหล็กและขวดแก้ว เอกา โกลบอล จึงยืนหยัดจนสามารถคว้าออเดอร์จากลูกค้าบริษัทยักษ์ใหญ่อายุร้อยปีของญี่ปุ่น อย่าง อินนาบะ ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดเปิดรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูป (Rigid Barrier Plastic Packaging) อย่างก้าวกระโดด
“อยากจะบอกคนรุ่นใหม่ที่อยากจะทำธุรกิจด้วยว่า ถ้าอยากทำธุรกิจให้อยู่รอด ต้องมองธุรกิจที่เป็นเทรนด์ของอนาคต เทรนด์ของโลก และต้องยังไม่มีใครทำ อาจจะยากสำหรับการเริ่มต้น แต่ถ้าเราทำได้อยู่รอดได้ เราก็จะยิ่งใหญ่ การทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ ต้องประกอบกันทั้ง วิชชั่น โอกาส และดวงถ้าหากอยากเป็นผู้นำ ก็ต้องหาธุรกิจที่ทำยากและมีอนาคตจริงๆ เพราะถ้าทำสำเร็จ ธุรกิจนั้นจะยิ่งใหญ่ ที่สำคัญต้องมีความอดทนที่จะต้องทำให้สำเร็จและต้องมีความมุ่งมั่นที่จะต้องไปให้ถึงฝั่งที่ฝัน"ซีอีโอ เอกา โกลบอล กล่าว
“อินเดีย”ยุทธศาสตร์สำคัญเอกา โกลบอล
เข้าไปทำตลาดอินเดียมาประมาณ 7 ปีแล้ว และตั้งโรงงานที่เมืองปูเน่(Pune City)ได้ประมาณ 2 ปี มีพนักงาน 80 คนศูนย์กลางของความเจริญฝั่งตะวันตก เป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของรัฐมหาราษฏระเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี และบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมาก เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการศึกษาที่มีสถาบันการศึกษา ถูกเรียกขานว่าเป็น “ออกซ์ฟอร์ดแห่งอินเดีย”เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงมาก ปีละ 40-50 %และเป็นตลาดเกิดใหม่ ภายใน 5 ปีข้างหน้า โรงงานเอกา โกลบอล ในอินเดีย คาดว่าจะมียอดขายแตะ 2,400 ล้านรูปี (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ซึ่งจะเทียบเท่ากับขนาดธุรกิจในประเทศไทยปัจจุบัน





