วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

5ส. ฉบับ 'อัปเกรดสมอง' เปลี่ยนออฟฟิศในหัวที่รกรุงรัง ให้เป็นพื้นที่พลังงานสูง

5ส. ฉบับ 'อัปเกรดสมอง' เปลี่ยนออฟฟิศในหัวที่รกรุงรัง ให้เป็นพื้นที่พลังงานสูง

สมองของคนเรา ก็ไม่ต่างอะไรกับออฟฟิศ เพราะเป็นพื้นที่ในการทำงานของแต่ละคน ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้น และประเดประดังเข้ามาในแต่ละวัน

ทำให้ความคิดของเรา “รก” และเกิดภาวะ “สมองล้า” (Brain Fog) จนบั่นทอนการทำงานของสมองได้ครับ

การบริหารสมองด้วย 5ส.นี้ ไม่ใช่เรื่องของการจัดระเบียบสิ่งของ แต่คือการ “ดูแลรักษาและพัฒนา” ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคนทำงาน ทั้งในด้านการทำงานและสุขภาพจิตครับ

ถ้าออฟฟิศรก เราจัดได้ สมองรก ก็จัดได้เช่นกันครับ มาดูกันครับว่าทำอย่างไร

1. สะสาง (Seiri/ Sort) เป็นการแยกสิ่งที่จำเป็นออกจากสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนพื้นที่ให้สมองครับ แต่ละวันที่เราต้องเจออีเมล์ล้นกล่อง การทำงานหลายจอ หรือ ต้องสลับอ่านไลน์ อ่านข่าวไปมา จะทำให้สมองของเราเกิดภาระในการจัดการทางความคิดอย่างมาก (Cognitive Load) Bluma Zeigarnik พบว่าสมองจะวนเวียนอยู่กับงานที่ยังไม่เสร็จโดยอัตโนมัติ (Zeigarnik Effect) ส่วน Roy Baumeister ย้ำว่าสิ่งนี้กินพลังงานสมองโดยไม่รู้ตัว และ งานวิจัยจาก Princeton University ก็พบว่าความคิดที่รกรุงรังจะดึงความสนใจไปแบบไม่รู้ตัวเสมอ

เราจึงต้อง “Brain Dump” หรือเขียนสิ่งที่ค้างในหัวออกมาให้หมด ไม่ทดไว้ในใจเด็ดขาด จากนั้น ดูสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง (ใช้เทคนิค เช่น Eisenhower Matrix, ABCDE Method หรือ MoSCoW Method ช่วยได้) แล้วค่อยๆ จัดการสิ่งเหล่านั้นทีละอย่างไปครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สื่อสารไม่รู้เรื่อง? อย่ารีบแก้ “ทักษะการสื่อสาร”โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

4 กลยุทธ์เรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อไป 'ไกลกว่าเป็นผู้ร่วมงาน' กับ AI

2. สะดวก (Seiton/ Set in Order) คือ จัดสิ่งต่างๆ ให้หยิบง่ายใช้คล่อง ซึ่งช่วยให้สมองเข้าสู่ภาวะจดจ่อ (Flow State) ได้ง่ายขึ้น โดยจัดหมวดหมู่งานหรือข้อมูลแบบต่างๆ เช่น งานที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน เพื่อลดการสลับสวิตช์สมอง (Task Switching) หรือ จัดสรรตามความยากง่ายให้เหมาะกับการใช้พลังงานสมองแต่ละช่วงเวลา

นอกจากนี้ การทำให้ข้อมูลง่ายขึ้นด้วยภาพ หรือไดอะแกรม (Visual Thinking) ก็ช่วยให้สมองเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

เมื่อ “ทางเดินสะดวก” สมองก็เดินทางได้ง่ายขึ้นเอง

3. สะอาด (Seiso/ Shine) หลายคนทำงานหนักโดยไม่รู้ว่ากำลังสะสม “ขยะในสมอง” อยู่ตลอดเวลา ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ การทำงานต่อเนื่องโดยไม่พัก และความเครียดต่างๆ ทำให้เกิดการสะสมของสารจากการเผาผลาญในสมอง ซึ่งส่งผลต่อการคิดและการควบคุมอารมณ์

การพักผ่อนจึงช่วยให้สมองกลับสู่สมดุลและฟื้นฟู ด้วย “พนักงานทำความสะอาด” (Glymphatic System) จะกวาดล้างขยะโปรตีนที่เป็นพิษออกไปช่วงที่เราหลับลึก หากเวลาไม่พอจริงๆ การพักสายตา (Micro-breaks) หยุดรับข้อมูลทุก 50 นาที ก็ช่วยได้บ้าง ซึ่งองค์กรชั้นนำหลายแห่ง อย่าง NASA Nike หรือ Google ก็ส่งเสริม ไม่ได้มองว่าเป็นความขี้เกียจของพนักงานแต่อย่างใด

การออกกำลังกาย ทำสมาธิ กินอาหารอย่างเหมาะสม และกิจกรรมคลายเครียดต่างๆ ก็ช่วยได้ไม่แพ้กันครับ

4. สุขลักษณะ (Seiketsu/ Standardize) คือ การสร้างสภาพแวดล้อมและแนวปฏิบัติ ที่ช่วยให้เราทำ 3 ส. แรกได้อย่างต่อเนื่องและง่ายขึ้นครับ เช่น ทำ To do list หรือ วางแผนงานแต่ละวันให้ชัดเจนเห็นชัด การปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์ที่ไม่จำเป็น การจัดโต๊ะทำงาน ให้มีเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานจริง เพื่อสร้าง “สัญญาณ หรือ สิ่งเร้า” ให้สมองรู้ว่าถึงเวลาเข้าสู่โหมดจดจ่อ หรือ ไม่เล่นโทรศัพท์ตอนนอน (ลดแสงสีฟ้า) เป็นต้น

สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยให้สมองไม่ต้องเสียพลังงานกับการตัดสินใจสิ่งเล็กน้อยครับ

5. สร้างนิสัย (Shitsuke/ Sustain) ถ้า 4 ส. แรกคือการ “จัดออฟฟิศในหัว” ข้อนี้คือการทำให้เราไม่กลับไปทำให้มันรกอีกครับ คนส่วนใหญ่ล้มเหลวตรงนี้ทางประสาทวิทยาเรียกว่า “Neuroplasticity” ครับ สมองจะเชื่อมโยงเครือข่ายทางสมองใหม่ และการส่งสัญญาณข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น เมื่อเกิดนิสัยการใส่ใจดูแลสมองถาวร ก็สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องรอแรงบันดาลใจ นั่นเองครับ

James Clear ผู้เขียน Atomic Habits แนะนำว่าให้ “เกาะ” นิสัยใหม่ไว้กับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว เช่น หลังชงกาแฟเสร็จทุกเช้า ลองเปิดสมุดจด Brain Dump 5 นาที หรือ ก่อนปิดคอมทุกวัน ใช้เวลา 2 นาทีทบทวนว่าพรุ่งนี้จะโฟกัสที่อะไร

เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในแต่ละวัน แล้วค่อยขยับทำให้มากขึ้น สมองที่ดีไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่จากการสะสมสิ่งเล็กน้อยที่ทำสม่ำเสมอครับ

5ส. แบบนี้ ไม่ต้องรอให้ใคร หรือ คณะกรรมการที่ไหนมาตรวจ ทำเองได้กับตัวเองทั้งนั้น มาเริ่มทำกันเลยครับ!