วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

จากโต๊ะประชุมดาวอส ถึงโต๊ะทำงาน โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข [email protected]

จากโต๊ะประชุมดาวอส ถึงโต๊ะทำงาน โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข aniruth@thinkwithink.co

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 ที่ ศาสตราจารย์ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum ได้ประกาศว่าโลกเข้าสู่ยุคการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ

ถึงตอนนี้ ภาพชัดเจนแล้วครับว่า พลังที่จะพลิกโลก ต่อจากพลังไอน้ำ พลังไฟฟ้า และพลังแห่งอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือ พลังของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence หรือ AI) นั่นเองครับ

การประชุม World Economic Forum ปี 2026 นี้ ผู้นำระดับโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค เอไอ เต็มรูปแบบ เป็นเครื่องมือในการทำงานที่จริงจัง ขนาดที่เป็น “ตัวแทน” ที่สามารถตัดสินใจและลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้ ไม่ใช่แค่ การเล่นหมากรุก หรือ โกะ หรือเป็นของเล่นที่ใช้ ถาม-ตอบ แก้เซ็ง แบบ SimSimi อีกต่อไป

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ ผลกระทบและความเสี่ยงต่อสังคมตลอดจนคนทำงาน

อันที่จริง นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ช่วงแรกๆ หลายคนก็กลัวเอไอแย่งงาน ก่อนจะจบด้วยประโยคสุดป๊อปปูล่าที่ว่า “คุณไม่ได้จะตกงานเพราะเอไอ แต่คุณจะตกงานเพราะคนที่ใช้เอไอได้” จาก Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia

แต่ความน่าสนใจ คือ ตอนนี้ มันจะยังเป็นอย่างนั้นอยู่ไหม? และอีกนานแค่ไหนครับ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ขึ้นชื่อว่าปัญหา คงไม่อยากมีใครอยากต้องเผชิญหน้า โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

ทำไมตัวเลข 'เด็กพิเศษ'พุ่งสูง?..เมื่อความต่างต้องการความเข้าใจมากกว่ารักษา

แม้ว่าผู้นำหลายท่านจะพยายามบอกในแง่บวกว่า AI จะสร้างงานใหม่ทดแทนงานเดิม หรือ เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ก็ตาม แต่สัญญาณแรก คือ บริษัทชั้นนำหลายที่ ก็ประกาศเลิกจ้างให้เราเห็นบ่อยขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น กรณีของ IBM ที่ประกาศชะลอการจ้างงานกว่า 7,800 ตำแหน่ง เพื่อเตรียมใช้เอไอทดแทน หรือ Duolingo แอปสอนภาษาชื่อดังที่ลดสัดส่วนพนักงานแปลภาษาลงถึง 10% แม้แต่ Amazon เอง ก็มีการประกาศลดคนกว่า 16,000 คนทั่วโลกสดๆ ร้อนๆ แม้จะอ้างว่า แค่การปรับตัวในโลกยุคเอไอก็ตาม

รายงานจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เองก็ชี้ว่า 40% ของงานทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจาก AI ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ส่วนในไทยเอง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ประเมินว่าคนตกงานอาจพุ่งสูงถึง 10 ล้านคนภายในปี 2570 และปีที่ผ่านมาเอง ก็คงเห็นบางบริษัทมีโครงการเกษียณก่อนกำหนดผ่านตาอยู่บ้าง

ต่อไป เมื่อเข้าสู่ยุคของ Agentic AI หรือ AGI ที่เก่งกว่า GenAI (อย่างพวก ChatGPT หรือ Gemini) เอไอก็จะสามารถ “คิด วางแผน และลงมือทำเองม้วนเดียวจบ” โดยที่คนไม่ต้องสั่งทุกขั้นตอนอีกล่ะ (Demis Hassabis ซีอีโอของ Google DeepMind กะคร่าวๆ ว่า ภายใน 5-10 ปีนี้ ส่วน Elon Musk ทำนายหนักกว่านั้น อีกว่า เอไอ จะฉลาดกว่ามนุษยชาติทั้งหมดรวมกัน ภายในปี 2030 อีกแน่ะ)

แล้วคนทำงานในปัจจุบัน จะปรับตัวกันทันแค่ไหน และ ต้องปรับทักษะเอไอจุดใด จึงจะทันการใช้งานจริง

ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นความกังวลที่เร่งด่วนยิ่งกว่าเดิม

มันก็ดูตลกร้ายอยู่นะครับ เพราะในพลิกโลกอุตสาหกรรมครั้งแรกๆ นั้น เป็นการนำแรงงานครัวเรือนเข้าระบบอุตสาหกรรม แต่ครั้งนี้จะกลับกันตรงข้าม คือ ออกจากอุตสาหกรรมกลับสู่ครัวเรือนแทน

เอไอกำลังรุกคืบเข้าหาคนทำงานเรื่อยๆ แม้สุดท้ายแล้ว บทสรุปจะออกมาในทางลบแบบ “เอไอ จะเข้ามาแย่งงานและทำให้มนุษย์หมดความหมาย” หรือ ทางบวกที่ว่า “เอไอ ไม่ได้มาแย่งงาน แต่จะมาช่วยให้คนทำงาน ได้มีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น”

ก็ยังไม่อาจทราบได้…

มีคำพูดหนึ่งก็แว่บเข้ามาในหัวผมพอดี ซึ่งเป็นวาทะทองของงานประชุมนี้เลย จาก Mark Carney นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่กล่าวว่า

“ถ้าเราไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ เราจะถูกอยู่ในเมนู”

อาจจะนอกบริบทเดิมนิดหน่อย แต่มันคือ "สัจธรรม” ในโลกของการทำงานเช่นกันว่า

ในวันที่องค์กรกำลังหมุนตามโลกไปอย่างรวดเร็ว หากเราไม่พัฒนา “คุณค่าในตัวเอง” ให้สอดคล้องกับที่องค์กรต้องการ ก็ไม่มีที่นั่ง หรือ โต๊ะทำงานให้ทั้งนั้น แถมยังกลายเป็น “เมนู” ที่คนบนโต๊ะหยิบและจัดสรรกันตามอำเภอใจได้ง่ายๆ อีกต่างหาก

ปีนี้ อย่าลืมแบ่งเวลามาคิดและมองหาที่ของเรา ว่าควรแทรกตัวลงนั่งที่ห่วงโซ่คุณค่าใดขององค์กร แล้วมุ่งพัฒนาคุณค่า เพื่อให้เหมาะสมกับการนั่งตรงนั้นด้วยนะครับ

อ้างอิง

https://edition.cnn.com/2026/01/28/tech/amazon-layoffs-ai

https://www.bbc.com/thai/articles/ce8rrm8p7vvo

https://www.bbc.com/thai/articles/c0kylgxqjevo

https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/266939