"เอกนิติ" ชี้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ หลังนักลงทุนจับตาความชัดเจนนโยบายเกี่ยวกับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้นำทิศทางตลาดทุนโลก ยันไทยเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน ดูแลความเสี่ยงราคาน้ำมัน เน้นรักษาวินัยการคลัง คุมต้นทุนกู้ยืมให้อยู่ในระดับต่ำ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน และปรับตัวลดลงในระยะสั้น จากสภาวะการเมืองระหว่างประเทศและการเปลี่ยนผ่านนโยบายในต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐอเมริกา
ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่นักลงทุนในตลาดโลกกำลังเฝ้ารอความชัดเจนด้านนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับการสนับสนุนเทคโนโลยีเอไอและดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้นำทิศทางตลาดทุนโลกในขณะนี้
อย่างไรก็ดี นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยได้เตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติที่เป็นความเสี่ยงและปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
สำหรับแนวทางการบริหารความเสี่ยง รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยการคลังอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งรองรับความผันผวน
โดยในปัจจุบันไทยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ระดับ 60% ขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงเกิน 100% ของจีดีพี และต้องเผชิญกับข้อกังวลเกี่ยวกับเพดานหนี้สาธารณะ
“การรักษาวินัยการคลังที่ดี ทำให้ไทยมีโครงสร้างการเงินที่เข้มแข็ง สะท้อนผ่านอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 2% ต่ำกว่าสหรัฐ ที่อยู่ระดับ 5% ทำให้ประเทศไทยมีต้นทุนทางการเงินและการกู้เงินที่ถูกกว่า”
ในส่วนของสถานการณ์ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ในตลาดโลกที่มีการปรับตัวลดลงและผันผวนสูง รัฐบาลได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับทั้งในภาวะราคาปรับขึ้นและปรับลงโดยไม่ประมาท
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าเจรจาทางการค้าและการต่อยอดความร่วมมือกับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองและปกป้องผู้ประกอบการไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ รวมถึงรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจมีโอกาสพบปะหารือร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่จะถึงนี้ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทางการค้าให้มีความต่อเนื่อง





