"เอกนิติ" เผยอนุกรรมการ กรอ. 4 คณะ เตรียมประกาศ KPI ในวันจันทร์ที่ 9 พ.ย. ขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand ครอบคลุมการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ และการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม โดยจะวัดผลจากการลงทุนจริง การส่งเสริมการจ้างงาน และการดึง SME ไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เปิดเผยในงาน The Standard Economic Forum 2026: Reinvent Thailand ว่า คณะอนุกรรมการ กรอ. ทั้ง 4 คณะเตรียมประกาศ KPI และเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand พร้อมกันในวันจันทร์ที่ 9 พ.ย. 2569 นี้
โดยคณะอนุกรรมการ กรอ. ทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วย
- คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ มีนายเอกนิติ เป็นประธานอนุกรรมการ
- คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการ
- คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
- คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ
สำหรับ 7 อุตสาหกรรมดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ AI Supply Chain, Smart Electronics, รถยนต์ไฟฟ้า (EV), และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม เช่น เกษตรสมัยใหม่ อาหารแปรรูป การค้า และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness)
โดยมีตัวชี้วัดสำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมทั้งภาครัฐและเอกชนจาก 22% เป็น 30% ของจีดีพี ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจากอันดับที่ 26 เข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลก และผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเกิน 3% ต่อปี นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
“ผมในฐานะกองกลางและหัวหน้าทีม หน้าที่ผมคือจับประสาน เรื่องแรกคือการลงทุน ผมลงไปเล่นเอง ต่อมาคือการสร้างงาน เราจับมือเทรนให้ไปเชื่อมกับมหาวิทยาลัย อันที่ 3 จะกระจายคนไปเท่าไหร่ ไป SME เท่าไหร่ อันที่ 4 เป็นเรื่องของกฎกติกา ติดปลดล็อกอะไร เราไปช่วยกันทำ เพราะวันนี้ไทยต้องทำงานสอดประสานกัน เป็นทีมไทยแลนด์”
นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ "Reinvent Thailand" เน้นแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจเหลื่อมล้ำแบบ K-Shape โดยตั้งเป้าดึงเศรษฐกิจขาล่างขึ้นมา ผ่านการใช้โอกาสที่ประเทศไทยกลับมาอยู่ในสปอตไลต์ของโลกในการดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI)
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงมูลค่าคำขอส่งเสริม มาเป็นการตั้งตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ใหม่ที่เน้นมูลค่าการลงทุนจริง โดยเน้นการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) การจ้างงานแรงงานไทยผ่านโครงการดึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา และการดึงผู้ประกอบการไทยรวมถึง SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain)
สะท้อนผ่านการส่งเสริมการลงทุนจริงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ที่สามารถสร้างการจ้างงานทักษะใหม่ไปแล้วกว่า 120,000 คน และสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท
"ตัวเลขการลงทุนจริงที่เกิดขึ้นในเมืองไทยล่าสุดเมื่อไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา เติบโตกว่า 27% สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราปลดล็อกทำ Thailand Fast Pass ทำให้เกิดการลงทุนจริง อีกทั้งยังเป็นการดึงธุรกิจไทยให้เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน" นายเอกนิติ กล่าวในตอนท้าย





