วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

“DITP” สั่ง สคต.ยุโรป เกาะติดแฮกเกอร์ระบบตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป หวั่นกระทบคำสั่งซื้อ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สั่ง สคต.ยุโรป เกาะติดแฮกเกอร์โจมตีระบบตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมประเมินผลกระทบคำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า แนะผู้ส่งออกติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

KEY POINTS

  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สั่งให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ในยุโรป ติดตามสถานการณ์แฮกเกอร์โจมตีระบบตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างใกล้ชิด หวั่นกระทบคำสั่งซื้อสินค้าอาหารจากไทย
  • การโจมตีทางไซเบอร์มุ่งสร้างความปั่นป่วนห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยสั่งละลายน้ำแข็งในตู้แช่ ทำให้สินค้าเสียหายและขยายวงกว้างไปแล้วกว่า 11 ประเทศในยุโรป
  • สินค้าไทยที่อาจได้รับผลกระทบสูงคือ กลุ่มอาหารแช่แข็ง เช่น อาหารทะเลและไก่แปรรูป ซึ่งต้องพึ่งพาระบบห่วงโซ่ความเย็นในการจัดเก็บและกระจายสินค้า
  • DITP แนะผู้ส่งออกไทยให้เตรียมพร้อมรับมือคำสั่งซื้อล็อตใหม่ที่อาจเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์คลี่คลาย และยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบขนส่ง

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมตู้แช่เย็นและแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ในภูมิภาคยุโรป เพื่อติดตามผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งออกสินค้าอาหารไทย 

สำหรับสถานการณ์ดังกล่าว เกิดจากกลุ่มแฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมระยะไกล (IoT) ของตู้แช่สินค้า โดยสั่งเปลี่ยนโหมดแช่แข็งเป็นโหมดละลายน้ำแข็ง พร้อมเร่งปรับอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งได้รับความเสียหาย โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 พ.ย. 2569 พบการโจมตีขยายวงจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับผลกระทบประมาณ 700 แห่ง ไปยังอีกอย่างน้อย 11 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร สวีเดน อิตาลี โปรตุเกส ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เอสโตเนีย โรมาเนีย และลักเซมเบิร์ก

เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากการโจมตีทางไซเบอร์ประเภทเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ทั่วไป เนื่องจากไม่มีการเรียกเงินเพื่อแลกกับการปลดล็อกระบบ โดยมีการประเมินว่าอาจเป็นการมุ่งสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของซูเปอร์มาร์เก็ต การกระจายสินค้า และการรับมอบสินค้าจากประเทศคู่ค้า รวมถึงสินค้าอาหารจากประเทศไทย

นายวราวุฒิ กล่าวว่า  ทั้งนี้ กรมฯ ได้ให้ สคต. ในยุโรปติดตามสถานการณ์และประสานผู้นำเข้าและผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า โดยสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและไก่แปรรูปแช่แข็งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบสูง เนื่องจากต้องพึ่งพาระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) ในการจัดเก็บและกระจายสินค้า หากระบบตู้แช่ปลายทางหยุดชะงัก อาจทำให้การสั่งซื้อสินค้าเพื่อเติมสต๊อก (Restock) ชะลอตัวลง

ขณะที่อาหารแช่เย็น ผักและผลไม้สด ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาจำกัด อาจมีความเสี่ยงต่อการชะลอรับมอบหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ หากพื้นที่จำหน่ายและระบบความเย็นยังไม่พร้อม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สคต. ในยุโรปยังไม่ได้รับรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าไทยจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับอาหารสำเร็จรูปกระป๋องและผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องจัดเก็บในระบบทำความเย็น คาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด และอาจมีโอกาสเพิ่มช่องทางจำหน่ายในช่วงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่จัดเก็บและจำหน่ายสินค้า

“ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิต วัตถุดิบ และการขนส่งอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภายหลังซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถกู้คืนระบบและกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจเกิดความต้องการสั่งซื้อสินค้าอาหารแช่แข็งล็อตใหม่เพื่อทดแทนสินค้าที่เสียหายและเติมสต๊อกสินค้า” นายวราวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรเร่งยกระดับระบบบริหารจัดการห่วงโซ่ความเย็นให้มีความปลอดภัยและสามารถรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber-Resilient Cold Chain) โดยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบและติดตามอุณหภูมิสินค้า เช่น IoT Sensors และ Data Loggers ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมจัดเก็บข้อมูลอุณหภูมิตลอดเส้นทางขนส่งอย่างเป็นระบบ รวมถึงพิจารณาประกันภัยการขนส่งที่ครอบคลุมความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและคู่ค้าในตลาดยุโรป

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกา อาเซียน และจีน โดยในช่วงเดือนม.ค.–ก.ย. 2569 ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปมีมูลค่า 24,127 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 23.4 % สินค้าอาหารสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังตลาดดังกล่าว ได้แก่ เนื้อไก่แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้กระป๋องและผลไม้แปรรูป ซึ่งกรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาตลาดส่งออกสำคัญและสร้างโอกาสในการขยายการค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่าน THAITRADE.COM “คิดจะส่งออก นึกถึง DITP”