"เอกนิติ" ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยมและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ผ่านบริการสินเชื่อของ ธ.ก.ส. สนับสนุนเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่าน "สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" ที่รัฐช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่ง ทำให้เกษตรกรจ่ายจริงเพียง 3% ต่อปี และ "สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน" ที่รัฐให้การสนับสนุนเงินทุนติดตั้ง 50,000 บาท
2 พ.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาล
เช่น การสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร ได้แก่ สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต และการเตรียมความพร้อมในการให้บริการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน
ทั้งนี้ ได้ร่วมมอบสินเชื่อและปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจพนักงาน ธ.ก.ส. สาขาท่าตูมทอง จังหวัดอุดรธานี ในการขับเคลื่อนภารกิจธนาคาร
โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนางสาวฐานิศวร์ ฐิติโชติวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และเกษตรกรในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดอุดรธานี จำกัด (สกต. อุดรธานี)
สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง
สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ภายใต้กรอบวงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ และยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน
โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุน ชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
โดย ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569 มีการอำนวยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 28,971 ราย วงเงินกว่า 2,075 ล้านบาท
สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อลดรายจ่าย
เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว
ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน
โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบ จำนวน 50,000 บาท สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
- เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์
- มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้
- ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท
- เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2570
โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด





