"บสย." เตรียมเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ "Solar Plus" วงเงิน 1,000 ล้านบาท ช่วยเวนเดอร์ที่รับติดตั้งแผงโซลาร์ทั้งรายย่อยและรายกลาง ให้มีสภาพคล่องดำเนินธุรกิจ โดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันเต็มจำนวน ทั้งนี้ จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมนาน 3 ปี จากนั้น 1% ต่อปีในปีที่ 4-7 ด้วยวงเงินค้ำประกันสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า บสย. อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอคณะกรรมการ หรือ บอร์ด บสย. พิจารณาโครงการ "Solar Plus" กรอบวงเงินค้ำประกันสินเชื่อประมาณ 1,000 ล้านบาท ตามนโยบายกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาและผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์รายย่อย และรายกลาง ให้สามารถเข้าถึงสภาพคล่องและหลักประกันในการรับงานโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
โดยวงเงินที่จะนำมาใช้ใน "โครงการ Solar Plus" จำนวน 1,000 ล้านบาทนี้ เป็นถ่ายโอนวงเงินคงเหลือจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะที่จะสิ้นสุดลงในสิ้นปีนี้
ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วงเงินงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ โดยไม่สร้างภาระทางการคลังตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังเพิ่มเติม ยังเป็นการสนับสนุนช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ
นายสิทธิกร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน บสย. มีวงเงินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ "SMEs Quick LG" เดิมอยู่อีกราว 400 ล้านบาท เมื่อรวมกับวงเงินใหม่ในโครงการ Solar Plus อีก 1,000 ล้านบาท จะทำให้มีวงเงินค้ำประกันรวมรองรับความต้องการในตลาดได้สูงถึงประมาณ 1,400 ล้านบาท
สำหรับรูปแบบการค้ำประกันในโครงการ Solar Plus ได้รับการออกแบบโครงสร้างให้ใกล้เคียงกับโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Quick LG โดยกำหนดระยะเวลาค้ำประกันยาวนานสูงสุด 7 ปี
พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอด 3 ปีแรก ส่วนในปีที่ 4 ถึงปีที่ 7 จะคิดค่าธรรมเนียมในอัตราต่ำเพียงประมาณ 1% ต่อปี
นายสิทธิกร กล่าวว่า เงื่อนไขนี้จะช่วยขจัดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบการ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ด้านวงเงินค้ำประกันตั้งไว้ครอบคลุมตั้งแต่งานขนาดเล็กเริ่มต้น 10,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย
โดย บสย. จะออกหนังสือค้ำประกัน (LG) เพื่อไปค้ำประกันวงเงิน Bank Guarantee (BG) กับธนาคารพาณิชย์ ช่วยให้ผู้รับเหมาสามารถทยอยเบิกใช้หนังสือค้ำประกันเป็นรายสัญญา เช่น ครั้งละ 100,000 ถึง 200,000 บาท ตามขนาดของแต่ละโครงการได้อย่างยืดหยุ่น
สำหรับการดำเนินมาตรการดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินครั้งสำคัญของผู้รับเหมา เนื่องจากโดยปกติ หากสถาบันการเงินประเมินว่าผู้รับเหมามีความเปราะบางทางการเงิน ธนาคารมักจะเรียกวางหลักประกันเป็นเงินสดเต็มจำนวน 100% เช่น วงเงินค้ำประกัน 500,000 บาท ผู้รับเหมาก็ต้องนำเงินสด 500,000 บาทไปอายัดไว้กับธนาคาร หรือต้องใช้หลักทรัพย์ประเภทที่ดินมาจดจำนอง
อย่างไรก็ตาม การนำหนังสือค้ำประกันของ บสย. เข้ามาช่วยรองรับ จะทำให้ผู้รับเหมาไม่ต้องนำเงินสดไปจมอายัดไว้ ช่วยรักษาสภาพคล่อง หมุนเวียนเงินทุนไปรับงานติดตั้งลูกค้ารายอื่นได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงสินเชื่อโดยไม่ต้องพึ่งพาการวางเงินสดหรือที่ดินเพียงอย่างเดียว
"ตอนนี้ บสย. อยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียมเอกสารภายในเพื่อเสนอขออนุมัติจากบอร์ด พร้อมทั้งได้หารือล่วงหน้าร่วมกับธนาคารพันธมิตร เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อเตรียมระบบรองรับไว้แล้ว โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ทันกับช่วงลงทะเบียนและติดตั้งโซลาร์เซลล์ในช่วงต้นปี หรือเร็วกว่านั้น"





