วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชูพืชสวนโลกอุดรฯ คุ้มค่าเงินลงทุน ดึง นทท. 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ

“วัชระพล ขาวขำ” เผยความคืบหน้างานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2026 ใกล้เสร็จสมบูรณ์ 100% ชี้แจงปมเพิ่มงบ 250 ล้าน เป็นไปตามมาตรฐานสากล AIPH พร้อมการันตีความคุ้มค่า สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคและจีดีพี ประเทศ กว่า 20,000 ล้านบาท

KEY POINTS

  • งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 ถูกชูเป็นโครงการที่คุ้มค่าการลงทุน โดยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะสร้าง GDP ให้ประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท
  • การเตรียมพื้นที่จัดงานมีความคืบหน้าเกือบ 100% และมีการเพิ่มงบประมาณ 250 ล้านบาทตามข้อเสนอแนะของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล
  • โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค สร้างการจ้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง และเป็นโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ระยะยาว

ความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani Expo 2026) ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้าย โดย “นายวัชระพล ขาวขำ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.อุดรธานี ออกโรงชี้แจงความคุ้มค่าของการจัดงานหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเผยภาพรวมความพร้อมพื้นที่เตรียมตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย 30 ต.ค.นี้ ย้ำเป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้แก่ภูมิภาค พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ รับ ครม.สัญจร

ชูพืชสวนโลกอุดรฯ คุ้มค่าเงินลงทุน ดึง นทท. 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ความคืบหน้าพื้นที่จัดงานใกล้ 100% พร้อมตรวจความพร้อมครั้งสุดท้าย 30 ต.ค.นี้

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.อุดรธานี  เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบพื้นที่การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani Expo 2026) เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีความคืบหน้า 90% แต่ล่าสุดได้คุยกับทางพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ยืนยันว่า ตอนนี้เกือบ 100% แล้ว  ซึ่งจะลงตรวจพื้นที่รวมถึงระบบต่างๆ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 ต.ค.นี้ 

  • แจงปมเพิ่มงบ 250 ล้านบาท ตามข้อเสนอสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)

สำหรับงบประมาณที่เพิ่มขึ้น  250 ล้านบาท ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่าการเพิ่มงบประมาณดังกล่าว เป็นไปตามข้อแนะนำของ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers: AIPH) ซึ่งเป็นผู้ให้สิทธิ์ประเทศไทยในการจัดงาน ที่ได้เข้ามาดูความคืบหน้าการจัดงานพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ดำเนินการไปแล้ว 40% ในขณะนั้น แต่สมาคม AIPH ประเมินงานในขณะนั้นแล้ว เห็นว่ายังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ AIPH กำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิ์ในการจัดงานต้องปฏิบัติตาม ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี จึงมีมติให้เพิ่มงบประมาณ 10% หรือ 250 ล้านบาท ของงบประมาณรวมทั้งหมด 2,500 ล้านบาท

  • การันตีความคุ้มค่า ปลุกเศรษฐกิจ สร้าง GDP กว่า 20,000 ล้านบาท

นายวัชระพล ยืนยันว่า งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี เป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อยอดจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเดิม และเป็นครั้งแรกของโลกที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ บนพื้นที่ชุ่มน้ำ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างและระยะยาวมาแล้ว

ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,600,000 คน กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ สร้างรายได้ประชากรให้ทั้งภูมิภาค เช่น โรงแรมที่จองเต็มไปถึงจังหวัดหนองคาย และคาดว่าจะสามารถสร้าง GDP ให้กับประเทศได้กว่า 20,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง ผู้ประกอบการ ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน รวมถึงแรงงานภาคบริการ ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริการรถสาธารณะ ก็จะได้รับผลพลอยได้ตรงนี้ไปด้วย และรัฐจัดเก็บภาษีทั้งหมดได้กว่า 7,700 ล้านบาท

“งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ สร้างชื่อเสียง และสร้างการรับรู้ให้แก่ชาวต่างชาติในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และผู้นำด้านการเกษตรของประเทศไทยด้วย สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปอดแห่งใหม่ให้กับจังหวัดอุดรฯ และชาวอีสานตอนบน เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ เพราะต้องมีการรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่จะมาเข้าร่วมงานพืชสวนโลกในครั้งนี้ พร้อมทั้งวอนขอโอกาสให้ต่างจังหวัดได้พัฒนาในฐานะคนอุดรธานี” 

  • แผนบริหารจัดการหลังจบงานและการเตรียมเสนอ ครม.สัญจร

สำหรับแผนการดูแลหลังจบงาน ซึ่งอาจมีภาระทางงบประมาณต่อ กระทรวงเกษตรฯ มีแนวคิดจะพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมระดับนานาชาติ เป็นเวทีแสดงศักยภาพของสินค้าเกษตรและนวัตกรรมด้านการเกษตร และสวนสาธารณะถาวร เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยจะสนับสนุนจังหวัดอุดรธานีฟื้นฟูบำรุงสวนหลังการจัดงาน ซึ่งหลังเคลียร์งานจบ ทางกระทรวงจะขอคณะรัฐมนตรีส่งมอบต่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ดูแลต่อไป

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี มีหลายโครงการที่จะผลักดัน เช่น การจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี การขยายสนามกีฬาอุดรธานีไปสู่เฟส 2-3 รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานวงแหวนรอบ 2 โดย ครม.จะพิจารณาในเรื่องของการเกษตรเป็นหลัก รวมถึงความมั่นคงและยาเสพติด ที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

การเดินหน้าจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการจัดงานระดับนานาชาติภายใต้กำกับของ AIPH เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวระยะยาวให้กับจังหวัดอุดรธานีและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน