‘วัชระพล’ ลุยภูเก็ต สั่งจัดระเบียบที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งจังหวัด ขีดเส้น 30 วันปรับให้ถูกกฎหมาย จ่อแก้กฎหมาย ดึงเชนโรงแรม-ร้านอาหาร อุดหนุนผลผลิตเกษตรกรในพื้นที่
KEY POINTS
- รมช.เกษตรฯ สั่งจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ในจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นการตรวจสอบสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- สร้างกลไกให้ผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร บนที่ดิน ส.ป.ก. ต้องจัดซื้อผลผลิตและวัตถุดิบจากเกษตรกรในพื้นที่
- สั่งตรวจสอบการใช้ที่ดินอย่างเข้มงวด หากพบว่าผู้ประกอบการทำผิดวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต ต้องแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 30 วัน
- มีนโยบายปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเป็นธรรม พร้อมพิจารณาอัตราค่าเช่าที่ดิน ส.ป.ก. ใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ชูนโยบายปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเป็นธรรม พร้อมสั่งการ ส.ป.ก. ภูเก็ต ตรวจสอบสิทธิ์ยิบย่อยบนหาดพาราไดซ์ ดึงผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์เกื้อกูลเกษตรกรฐานรากตามแนวทาง “สร้างสิทธิ์ เสริมทุน หนุนเกษตร”
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีตัวแทน ส.ป.ก. จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมรายงานข้อมูล
ตัวแทน ส.ป.ก. ภูเก็ต ระบุว่า ส.ป.ก. ภูเก็ต รับมอบที่ดินป่าไม้ตั้งแต่ปี 2537 มีพื้นที่ทั้งหมด 30,000 กว่าไร่ จัดสรรไปแล้ว 10,571 ไร่ ใน 10 ตำบล 3 อำเภอ ให้แก่เกษตรกร 756 ราย ยังคงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้จัดสรรอีกกว่า 20,000 ไร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้มาก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
สำหรับการแบ่งสัดส่วนการใช้ที่ดิน แบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 9,500 ไร่ (มะพร้าว ปาล์ม ยางพารา) ที่ดินชุมชนและร้านค้าประมาณ 300 ไร่ ส่วนธุรกิจเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยมีการประกาศเป็นพื้นที่ชุมชนปี 2567 ให้เกษตรกรเข้าถึงพื้นที่แล้ว 300 กว่าราย และมีร้านค้า ร้านอาหาร เชิงพาณิชย์ประมาณ 25 ราย ซึ่งมีการจัดเก็บค่าเช่าอิงตามเกณฑ์กรมธนารักษ์
นายวัชระพล ได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ ส.ป.ก. ภูเก็ต จัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งจังหวัดอย่างละเอียดและเป็นปัจจุบัน โดยจำแนกพื้นที่เกษตรกรรม กิจกรรมที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจอื่น ๆ พร้อมตรวจสอบสถานะการอนุญาตอย่างเข้มงวด โดยได้สั่งการวางแนวทางปฏิบัติ 2 ข้อสำคัญ คือ
ต้องถูกต้องตามกฎหมาย การใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทุกกรณีต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนการอนุญาตอย่างเคร่งครัด
สร้างกลไกเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร บนพื้นที่ ส.ป.ก. ต้องจัดซื้อผลผลิต วัตถุดิบอาหาร สินค้าปศุสัตว์ ประมง และวัสดุตกแต่งจากเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยสั่งการให้เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์ และประมง ร่วมกันจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) พร้อมเล็งแก้ไขกฎหมายบังคับให้ธุรกิจบนที่ดิน ส.ป.ก. ต้องสร้างประโยชน์คืนสู่เกษตรกรในท้องถิ่น
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่หาดพาราไดซ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมการอนุญาตให้เช่าพื้นที่ ส.ป.ก. จำนวน 3 แปลง โดยเน้นย้ำการตรวจสอบใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความถูกต้องของสัญญาเช่า, การดำเนินกิจการตรงตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต, ความเหมาะสมและเป็นธรรมของอัตราค่าเช่า และการสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
“ภูเก็ตคือ World-Class Destination ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาที่ชัดเจน ขออนุญาตทำร้านอาหารต้องทำร้านอาหาร ไม่ใช่ไปทำอย่างอื่น หากไม่ถูกต้อง ส.ป.ก. ต้องเร่งรัดให้ปรับปรุงแก้ไขภายใน 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ‘สร้างสิทธิ์ เสริมทุน หนุนเกษตร’ ส่วนเรื่องอัตราค่าเช่า ปัจจุบันจัดเก็บร้อยละ 3 ตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย” นายวัชระพล กล่าวทิ้งท้าย
![]()
การจัดระเบียบที่ดิน ส.ป.ก. ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปรับปรุงกฎหมายและสร้างกลไกบังคับให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวอุดหนุนผลผลิตของเกษตรกรท้องถิ่น ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้ที่ดินรัฐ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการกระจายรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวลงสู่มือเกษตรกรได้อย่างแท้จริง





