วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

กยท. สั่งเยียวยาชาวสวนยางน้ำท่วม พร้อมลุยแผนวิสาหกิจปี 71-75

กยท. เร่งเยียวยาชาวสวนยางประสบอุทกภัย เร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด จ่ายสงเคราะห์สูงสุด 3,000 บาท ควบคู่ แต่งตั้งคณะทำงานแก้โรคใบร่วง และเห็นชอบแผนวิสาหกิจปี 71–75

KEY POINTS

  • กยท. เร่งออกมาตรการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยให้ความช่วยเหลือสูงสุด 3,000 บาทต่อราย และจัดหาเงินกู้ฉุกเฉิน
  • คณะกรรมการ กยท. มีมติเห็นชอบร่างแผนวิสาหกิจฉบับใหม่ พ.ศ. 2571–2575 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานระยะยาว
  • แผนวิสาหกิจใหม่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าขับเคลื่อนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกและทั่วประเทศ ควบคู่กับการผนึกกำลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ปัญหาโรคใบร่วง ตลอดจนเคาะร่างแผนวิสาหกิจฯ ปี 2571–2575 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน

กยท. สั่งเยียวยาชาวสวนยางน้ำท่วม พร้อมลุยแผนวิสาหกิจปี 71-75

  • กยท. เคาะร่างแผนวิสาหกิจฯ ปี 2571–2575 ตั้งคณะทำงานร่วมแก้โรคใบร่วง

นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงและการเพิ่มผลผลิตยางพารา โดยมีมติให้ตั้งคณะทำงานภายในเพื่อประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างแผนวิสาหกิจการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2571–2575 ซึ่งจะใช้แทนแผนเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2570 โดยร่างแผนฉบับใหม่กำหนดวิสัยทัศน์ “ขับเคลื่อนยางพาราไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างความยั่งยืน” ประกอบด้วยพันธกิจหลัก 6 ด้าน ได้แก่  

สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และนวัตกรรมยางพาราอย่างยั่งยืน

สร้างการรับรู้คุณค่าของการใช้ยางธรรมชาติ ต่อประชาชนและผู้บริโภค

ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ

ส่งเสริมการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

บริหารจัดการองค์กรให้มีความมั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้น

พัฒนาองค์กรแห่งความรู้ที่มีสมรรถนะสูง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และหลักธรรมาภิบาล

ประธานกรรมการ กยท. กล่าวเน้นย้ำว่า การดำเนินงานตามแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการและขับเคลื่อนยางพาราทั้งระบบด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเป็นองค์กรชั้นนำด้านยางพาราที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป 

  • เร่งเยียวยาฟื้นฟูชาวสวนยางประสบอุทกภัย ช่วยเหลือสูงสุด 3,000 บาท พร้อมเงินกู้ฉุกเฉิน

ด้าน นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตามข้อสั่งการของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร กยท. ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทันที โดยสำรวจสถานการณ์อุทกภัยช่วงวันที่ 24–30 กันยายน 2569 ในพื้นที่ภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว) พบมีสวนยางได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังรวม 141,472 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 7,679 ราย เบื้องต้น กยท. ได้จัดสรรงบประมาณ 347,000 บาท จัดถุงยังชีพจำนวน 1,300 ชุด แจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รับเรื่องและเตรียมเข้าสำรวจสวนยางหลังน้ำลดทันที เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรา 49(5) แห่ง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558

สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. มีดังนี้

กรณีสวนยางทั่วไป หากเสียสภาพสวน หรือต้นยางเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง จะได้รับการช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท

กรณีสวนปลูกแทน หากเสียสภาพสวน (ต้นยางเสียหายคงอยู่น้อยกว่า 70%) จะช่วยเหลือเงินในส่วนที่ขาดจากงวดงาน หากไม่เสียสภาพสวน (คงอยู่ไม่น้อยกว่า 70%) จะจ่ายค่าปลูกซ่อมแบบครั้งเดียว อัตราต้นละ 45 บาท สำหรับพืชหลักอายุน้อยกว่า 2 ปี ส่วนพืชหลักอายุ 2–3 ปี ช่วยเหลือค่าปลูกซ่อม/ค้ำยัน อัตราต้นละ 55 บาท และอายุ 3 ปีขึ้นไป อัตราต้นละ 110 บาท 

กยท. สั่งเยียวยาชาวสวนยางน้ำท่วม พร้อมลุยแผนวิสาหกิจปี 71-75

นอกจากนี้ กยท. ยังมีสวัสดิการเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี สำหรับใช้รักษาพยาบาล ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือเป็นทุนประกอบอาชีพ รวมถึงกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ กยท. พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือค่าปลงศพแก่ทายาทรายละ 30,000 บาท โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ที่ กยท. ในพื้นที่ ภายใน 30 วันนับจากวันประสบภัยหรือภัยพิบัติสิ้นสุด

การขับเคลื่อนงานของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในครั้งนี้ ทั้งการเร่งออกมาตรการเยียวยาอุทกภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และการวางรากฐานผ่านแผนวิสาหกิจฯ ปี 2571–2575 ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความอบอุ่นใจให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างมั่นคง