กยท. จับมือ MRB มาเลเซีย ตั้ง 2 คณะทำงานร่วมดันการค้า-วิจัย-ความยั่งยืน ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ รับมือกฎหมาย EUDR และกติกาการค้าโลก ปกป้องประโยชน์เกษตรกรรายย่อย
KEY POINTS
- การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ Malaysian Rubber Board (MRB) จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของสองประเทศ
- ความร่วมมือมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการค้า การวิจัย และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับให้สอดคล้องกับกฎหมายการค้าโลก
- มีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรชาวสวนยาง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ผนึกกำลังมาเลเซีย ขับเคลื่อนความร่วมมืออุตสาหกรรมยางพารา ตั้งคณะทำงานร่วมยกระดับมาตรฐานการค้า การวิจัย และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับกฎหมายการค้าโลกและสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรรายย่อยอย่างเป็นรูปธรรม
นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสกับ Malaysian Rubber Board (MRB) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าจากนโยบายของรัฐบาลทั้งสองประเทศ ซึ่งได้มีความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางและเศรษฐกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย และ Malaysian Rubber Board (MRB) ภายใต้บันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 นับว่าเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมยางพาราที่จะได้ร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ให้เป็นรูปธรรม
โดยกำหนดขอบเขตและแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงจัดตั้งหรือกำหนดรูปแบบคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลในทางปฏิบัติ และตั้งใจที่จะสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสององค์กรให้มีความก้าวหน้า ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนายางพาราตามความต้องการของตลาด พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้า สอดคล้องกับนโยบายหลักของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยบทบาทของ กยท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคยางพาราของไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งความร่วมมือกับ MRB จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ตามกรอบความร่วมมือในรูปแบบทวิภาคีที่จะสนับสนุนการกำหนดกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในครั้งนี้ ทั้งไทยและมาเลเซีย ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการค้า อุตสาหกรรม และความยั่งยืน และด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนร่วมกัน ได้แก่ ระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประเทศผู้ใช้ อาทิ สหภาพยุโรป ที่การประเมินควรจะอยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงต่ำ หรือเรื่องต้นทุนความยั่งยืนที่คำนึงถึงภาระของผู้ประกอบการและแนวทางให้เกษตรกรรายย่อยได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ต้นทุนทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นต้นทุนที่แท้จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของยางพาราที่ทั้งสองประเทศต้องดูแลทั้งระบบ
รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราให้มีมาตรฐานเดียวกัน และสามารถรองรับกฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่มิใช่ EUDR เท่านั้น แต่สามารถรองรับได้ทุกมาตรฐาน หรือทุกกฎหมายจากประเทศผู้ใช้ ทั้งนี้ กลไกคณะทำงาน เน้นกระชับ ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับภารกิจที่พร้อมดำเนินการ โดยระบุกิจกรรมสำคัญ กรอบเวลา และผลลัพธ์ที่คาดหวังให้ชัดเจน
ความร่วมมือข้ามแดนระหว่างไทยและมาเลเซียในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานยางพาราอาเซียนสู่มาตรฐานสากล การสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับและนวัตกรรมแปรรูปที่ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าโลก แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรสวนยางทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน





