วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ศุภจี’ ฝ่ากระแสปรับ ครม. ‘อนุทิน’ ประกาศเดิมพันเก้าอี้นายกฯ

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ” พร้อมแจ้งทุกข้อกล่าวหา ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำ เป็นโอกาสแจงการทำงาน เมิน ปรับครม.พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี ด้าน‘อนุทิน’ กางปีกป้อง ‘ศุภจี’ ผูกเก้าอี้นายกฯ ยันเปลี่ยน รมว.พาณิชย์ ต้องเปลี่ยนนายกฯ

KEY POINTS

  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เผชิญญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านในประเด็นการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี
  • นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศจุดยืนปกป้องศุภจีอย่างชัดเจน โดยระบุว่าหากจะมีการเปลี่ยนตัวเธอ ก็ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีด้วย
  • นายกฯ ย้ำว่าตนเป็นผู้ทาบทามศุภจีให้มาร่วมรัฐบาลด้วยตนเอง และการประกาศจุดยืนครั้งนี้เพื่อแสดงความเชื่อมั่นและสยบข่าวลือทางการเมือง

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  มีชื่อเป็นหนึ่งในรัฐมนตรี 18 คนที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 โดยข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องพุ่งเป้าไปที่การขาดบทบาทชัดเจนในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากประชาชนต่อภาระค่าใช้จ่ายที่ยังเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจสำคัญ

แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านใช้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้บทบาทของรัฐมนตรีพาณิชย์ถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการดูแลราคาสินค้า ลดภาระประชาชน และสร้างสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภค

ทั้งนี้ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าศุภจี "ไร้ตัวตน" ในการแก้วิกฤตค่าครองชีพ ประเด็นสินค้าราคาแพงจึงเป็นแกนหลักของการถูกตั้งคำถามต่อกระทรวงพาณิชย์

‘ศุภจี’ ย้ำไม่ถอดใจ มองอภิปรายเป็นโอกาสชี้แจง

ทั้งนี้ “ศุภจี” เป็น หนึ่งใน 3 รัฐมนตรีคนนอกในครม.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ส่งเทียบเชิญมาเป็นนั่งเก้าอี้ในกระทรวงเศรษฐกิจการค้า พร้อมให้อิสระในการทำงาน

เมื่อ "เจ้าตัว" ทราบว่ามีชื่ออยู่ในญัตติ ก็บอกว่า  ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และมองว่าการอภิปรายเป็นโอกาสที่จะได้อธิบายการทำงานให้ประชาชนรับทราบ พร้อมยืนยันว่าไม่หนักใจ แม้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกที่ต้องเผชิญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และยังคงเดินหน้าทำงานตามปกติ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังมีกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยมีการคาดการณ์ว่า ศุภจีอาจถูกเปลี่ยนตัวจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงข่าวการจัดสรรกระทรวงเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองในการร่วมรัฐบาล  โดยมีกระแสข่าวว่า อาจมีการยกกระทรวง "กระทรวงริมน้ำ" ให้พรรคกล้าธรรมเพื่อแลกกับการเข้าร่วมรัฐบาล  

ขณะที่ "ศุภจี"ระบุว่าไม่ทราบรายละเอียดข่าวดังกล่าว และไม่กังวลเรื่องการปรับ ครม. เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ถอดใจและยังทำงานทุกวัน

‘อนุทิน’ ส่งสัญญาณชัด ปกป้องคนที่เลือกมาเอง

จุดเปลี่ยนสำคัญของกระแสข่าวเกิดขึ้นเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันจุดยืนปกป้องศุภจีอย่างชัดเจน โดยระบุว่า หากจะเปลี่ยนศุภจี ก็ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีด้วย พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอข่าวคาดการณ์ว่าใครจะถูกปรับออกจากตำแหน่ง เพราะอาจส่งผลต่อกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน

นายอนุทิน ย้ำว่า ศุภจีเป็นบุคลากรหลักและเป็นหนึ่งในเสาหลักของรัฐบาล โดยตนเป็นผู้ขอให้เข้ามาช่วยบริหารประเทศตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 และทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลอนุทิน 2 เพื่อดูแลด้านการตลาด การพาณิชย์ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม

“ท่านไม่ได้มาขอผมอยู่เป็นรัฐมนตรี ผมเป็นขอให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ถ้าเปลี่ยนศุภจี ก็คือต้องเปลี่ยนนายกฯ” นายอนุทิน ประกาศกร้าว

คำยืนยันดังกล่าวสะท้อนว่า นายกรัฐมนตรีต้องการแสดงความเชื่อมั่นต่อบุคลากรที่ตนเลือกเข้ามาร่วมทีม และลดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งของรัฐมนตรีพาณิชย์ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมือง

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ทั้งหมด กระแสข่าวปรับ ครม. ในกรณีศุภจีจึงมีสองมิติที่ต้องติดตาม มิติแรกคือความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างเปิดเผย ส่วนอีกมิติคือผลการทำงานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลค่าครองชีพและแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง

การที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนตัวศุภจีโดยแยกขาดจากตำแหน่งของตน เป็นสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนในเวลานี้ แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักประกันตำแหน่งอย่างถาวร เพราะการปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และสถานการณ์ทางการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา