วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อโลกเจอความท้าทาย นานาชาติรับมืออย่างไร? เปิดมุมมอง ‘วิรไท สันติประภพ’

ดร.วิรไทชี้นานาชาติปรับตัวรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยกระจายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เช่น แคนาดาเจรจากับสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรขอเข้าร่วมความตกลง CPTPP

KEY POINTS

  • ดร.วิรไทชี้นานาชาติปรับตัวรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยกระจายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เช่น แคนาดาเจรจากับสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรขอเข้าร่วมความตกลง CPTPP
  • บังคลาเทศรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ที่ทนทานและให้ผลผลิตสูง ควบคู่กับการวางระบบเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า
  • หลายประเทศสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Public Infrastructure) และส่งเสริมการใช้ AI เพื่อยกระดับผลิตภาพในภาคเกษตรและการศึกษา พร้อมปฏิรูปการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • หลายประเทศปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงด้านการคลัง เช่น เวียดนามที่ควบรวมกระทรวงและตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการ

ในสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความเสี่ยง และความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ทันกับภาระหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวน รวมทั้งความเสี่ยงทางภูมิอากาศที่รุนแรงทำให้โจทย์และวิธีในการรับมือของแต่ละประเทศแตกต่างกัน

ในมุมมองของ ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปัจจุบันรับตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ให้มุมมองในเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจผ่านการปาฐกถาพิเศษเปิดงานงานสัมมนาสาธารณะประจำปี 2569 TDRI Annual Public Conference 2026 “ความ (ไม่) มั่นคงของคนไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน”ในช่วงหนึ่งว่า ปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่มีผลต่อความมั่นคงในชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศเราเท่านั้น ในเวลานี้กำลังเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมืองในยุโรป

ความขัดแย้งระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น สงครามในหลายพื้นที่มีแนวโน้มที่จะบานปลาย รัฐบาลหลายประเทศกำลังเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับขึ้นเร็วสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลัง นอกจากนี้ หลายประเทศกำลังเผชิญกับภัย El Nino ที่คาดว่าจะรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ

เมื่อโลกเจอความท้าทาย นานาชาติรับมืออย่างไร?  เปิดมุมมอง ‘วิรไท สันติประภพ’

"ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนากำลังวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อบริหารจัดการและตั้งรับความท้าทายเหล่านี้ หลายเรื่องต้องการเลนส์ใหม่ในการมองปัญหา ต้องการวิธีคิดใหม่เพื่อหาทางออกที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม และต้องการวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีหลายตัวอย่างที่น่าสนใจ" 

ในสภาวะที่โลกกำลังแบ่งขั้ว และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น แคนาดาที่เคยพึ่งพิงเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก กำลังเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป และเร่งขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดียและจีน ส่วนสหราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปได้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (CPTPP) เพราะเห็นถึงพลังของประเทศในกลุ่ม CPTPP ซึ่งหลายประเทศเพื่อนบ้านของเราเป็นสมาชิกและกำลังใช้ CPTPP สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

บังคลาเทศวิจัยข้าวพันธุ์ใหม่

ในสภาวะที่ภูมิอากาศโลกแปรปรวนมากขึ้น บังคลาเทศประสบความสำเร็จในการพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวไทยมาก ทนต่อน้ำท่วม น้ำกร่อย และน้ำแล้งได้ดีมาก รวมทั้งได้ใช้เทคโนโลยีวางระบบเตือนภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างครอบคลุม และเปลี่ยนการให้เงินช่วยเหลือจากการช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติมาเป็นช่วยเหลือก่อนที่ภัยพิบัติจะมาถึง เพื่อให้ประชาชนสามารถตั้งรับกับภัยพิบัติต่างๆ ได้ทัน และสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วหลังจากภัยพิบัติผ่านไป

ในสภาวะที่เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราทุกคน อินเดียและสิงคโปร์ได้สร้าง Digital Public Infrastructure หลายเรื่อง เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ให้ภาคเอกชนสามารถต่อยอดบริการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

small AI ยกระดับเกษตร-การศึกษา

หลายประเทศสนับสนุนการสร้าง small AI applications เพื่อยกระดับผลิตภาพในภาคเกษตรและการศึกษา หลายประเทศปฏิรูประบบการศึกษาอย่างจริงจังให้สามารถผลิตคนรุ่นใหม่ได้เท่าทันกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในวัยทำงานไปจนถึงวัยเกษียณ โครงการ Skills Future ของสิงคโปร์สนับสนุนคนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีทุกคนให้มีโอกาส upskill และ reskill ทุกปีให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

ที่สำคัญ หลายประเทศปฏิรูประบบราชการและปฏิรูปกฎหมายล้าสมัยอย่างจริงจัง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐตอบสนองความต้องการของประชาชนได้รวดเร็ว ไม่ทำงานอยู่ใน silo ของตนเอง และลดรายจ่ายประจำของภาครัฐ ลดความเสี่ยงด้านการคลังในอนาคต

เวียดนามเร่งปฏิรูปราชการขนานใหญ่

ในช่วงสองปีนี้เวียดนามปฏิรูประบบราชการขนานใหญ่อีกรอบหนึ่ง ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ ควบรวมกระทรวงจาก 18 กระทรวงเหลือ 14 กระทรวง ควบรวมจังหวัดจาก 63 จังหวัดเหลือเพียง 28 จังหวัดกับ 6 นครใหญ่ และตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการลงมากกว่าร้อยละ 20 หรือกว่า 250,000 คนใน 5 ปี ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการดำเนินการปราบคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่องจริงจัง

จะเห็นได้ว่าตัวอย่างการรับมือกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงของโลกจากประเทศต่างๆสะท้อนกลับมาถึงการรับมือความไม่แน่นอนของโลกของประเทศไทยเอง ว่าเรามีความพร้อมเพียงพอหรือไม่ที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงของโลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน