วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอกนิติ' ขอ 'ปตท.' เพิ่มปันผล เล็งนำเงินช่วยพยุงกองทุนน้ำมัน

"เอกนิติ" ขอ 'ปตท.' เพิ่มการจ่ายเงินปันผล ให้กระทรวงการคลังนำรายได้ส่วนเพิ่มไปช่วยพยุงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมหารือกระทรวงพลังงาน ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20-E85 ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากผลผลิตภาคการเกษตรในประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนเองได้ส่งผ่านนโยบายในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ผ่านกรรมการที่เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ ปตท. จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถนำเงินส่วนนี้กลับไปช่วยกองทุนน้ำมันได้

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า กระทรวงการคลังจำเป็นจะต้องรักษาวินัยการคลังโดยแยกระหว่างรายได้และรายจ่ายให้ชัดเจน ซึ่งเป็นหลักเดียวกับภาษีที่จัดเก็บเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลัง

นอกจากนี้ เตรียมหารือกับกรมสรรพสามิต และกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันแนวคิดในการปรับลดภาษีสรรพสามิต ในน้ำมันกลุ่ม E20 และ E85 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนในกลุ่มที่ไทยจะได้ประโยชน์ 

เนื่องจากการลดภาษีน้ำมัน E20 และ E85 จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรไทยปลูกเอง ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

“สัดส่วน 20% ในน้ำมัน E20 มาจากเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งคลังได้หารือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการซื้อเอทานอลล่วงหน้า เพื่อให้ความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มนี้ กลายเป็นความต้องการเอทานอลจากพืชเกษตรของไทยในระยะยาว”

ส่วนอัตราที่จะลด ยังอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงพลังงาน โดยชี้แจงว่า การลดภาษีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งให้ราคาหน้าปั๊มลดลงทันที แต่เป็นการป้องกัน ไม่ให้ราคา E20 และ E85 ต้องปรับขึ้น ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างอยู่ที่ราว 6 บาท และหลังลดภาษีก็คาดว่าจะยังรักษาส่วนต่าง 6 บาทไว้ เพื่อนำไปช่วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ติดลบกว่าแสนล้านบาท