”เอกนิติ“ สั่งชะลอเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หวั่นฉุดกระแสการท่องเที่ยวไทยที่กำลังฟื้นตัวในไตรมาส 4
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและได้ตัดสินใจแล้วว่า จะชะลอการเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ ของกรมสรรพากรออกไปก่อน หลังได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงก่อนหน้านี้
โดยมองว่าจังหวะเวลายังไม่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลต้องการรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวให้เติบโตต่อเนื่อง และใช้โอกาสจากกระแสตอบรับที่ดีหลังไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank 2026
ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า การจัดประชุม World Bank–IMF ทำให้เห็นชัดว่าภาพลักษณ์ของไทยในสายตานานาชาติดีขึ้นมาก การท่องเที่ยวคึกคัก และนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากกลับมาเมืองไทย
ขณะเดียวกัน สงครามในตะวันออกกลางทำให้สายการบินจากหลายประเทศเข้ามาพบหารือกับรัฐบาล และเห็นว่ารัฐควรเสริมแรงขับเคลื่อนนี้ มากกว่าการเพิ่มต้นทุน
“ผมกลับจากการประชุมเอเปค (APEC) และได้รับเสียงสะท้อนว่าหลายฝ่ายอยากกลับมาเยือนไทย จึงคาดว่าการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จะคึกคัก จึงมองว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะผลักดันมาตรการภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและการเดินทางเข้าไทยเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจได้เต็มที่”
ส่วนเหตุผลด้านภาระของผู้เดินทาง นายเอกนิติกล่าวว่า ถ้าเก็บภาษีตอนนี้ ภาระจะสูงเกินไป และจะกระทบบางกลุ่ม โดยเฉพาะสายการบิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่บินเข้าไทยอาจต้องจ่ายทั้งขาเข้าและขาออก กลายเป็นภาระสองขาที่ซ้ำเติมผู้เดินทาง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเลื่อนไปถึงเมื่อใด รองนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน เพียงแต่ตอบว่าขอประเมินสถานการณ์ก่อน และย้ำว่ามาตรการที่ชะลอเป็นภาษีขาออกในความรับผิดชอบของกรมสรรพากรเท่านั้น สำหรับการจัดเก็บฝั่งขาเข้า อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หมายความว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมมาตรการขาเข้าแต่อย่างใด





