วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

‘วิรไท’เตือนไทยต้องปฏิรูประบบราชการจริงจัง ก่อนก้าวไม่ทันโลก

‘วิรไท’เตือนไทยต้องปฏิรูประบบราชการจริงจัง ก่อนก้าวไม่ทันโลก

วานนี้ (26 ก.ย.)  สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดสัมนาประจำปี 2568 ในหัวข้อ “ยกเครื่องโครงสร้างประเทศไทย Thailand’s Institutional Reform” 

นายวิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในหัวข้อการเสวนาหัวข้อ “ยกเครื่องโครงสร้างประเทศไทย ทำอย่างไรให้เป็นจริง” โดยมีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า ระบบราชการไทย ในปัจจุบันยังคงเป็นปัจจัยที่ชะลอและฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องผลักดันให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนของประเทศ

“การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เร่งตัวขึ้น ระบบราชการจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับพลวัตใหม่และสามารถเป็นผู้นำในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำและการจัดสวัสดิการประชาชนอย่างครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น"

นายวิรไท กล่าวต่อว่าสาเหตุที่การปฏิรูประบบราชการไทยยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม มีหลายสาเหตุ ได้แก่ การปรับปรุงระบบราชการเพียงผิวเผิน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างองค์กรมีการแยกส่วนมากเกินไป สร้างปัญหาการบริการและความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน การยึดติดกับกฎหมายเก่าที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งวัฒนธรรมองค์กรที่ได้รับอิทธิพลจากการเมือง ทำให้ไม่ได้ทีการมุ่งเน้นประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

 

"การปฏิรูปโครงสร้างประเทศให้มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการดำเนินการสามประการหลัก คือ การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น การปฏิรูปกฎเกณฑ์ภาครัฐ และการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นทั้งนี้ ประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงผลสำเร็จระยะสั้น”

‘วิรไท’เตือนไทยต้องปฏิรูประบบราชการจริงจัง ก่อนก้าวไม่ทันโลก

 

นายวิรไท ยังได้วิเคราะห์ปัญหาการปฏิรูประบบราชการไทย ชี้ให้เห็นว่า "รัฐของเรามีภูมิต้านทานที่ต่ำลงเรื่อยๆ ภูมิคุ้มกันที่น้อยลงเรื่อยๆ" โดยสะท้อนได้จากการที่ Moody's และ Fitch Rating ปรับลด Outlook ของอันดับความน่าเชื่อถือของไทยเป็น Negative 

6 ปัญหาหลักที่ทำให้การปฏิรูปล้มเหลว

โดยสาเหตุสำคัญ 6 ประการที่ทำให้การปฏิรูประบบราชการไทยไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ 

1. ทำ Modernization แต่ไม่ Transformation ระบบราชการไทยทำแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้เสริม แต่ยังไม่ได้พลิกโฉมระบบงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องธรรมาภิบาล (Governance) ที่ถือเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

2. ปัญหาการแตกกล่อง เกิดการแตกกล่องกันมากขึ้นในระบบราชการ ไม่มีการยุบรวมหรือควบรวมหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งในแนวตั้งจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค และโดยเฉพาะในแนวราบระหว่างหน่วยงาน

3. ยึดติดกรอบกฎหมายเก่า ระบบราชการยังคงยึดกรอบกฎหมายเดิมเป็นหลัก กฎหมายที่ออกมาเพื่อตอบปัญหาในอดีต โดยไม่ได้ปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนการทำงานให้ทันสมัย

4. วัฒนธรรมองค์กรผิดทิศทาง วัฒนธรรมการเป็นอุปถัมภ์ยังคงมีอิทธิพลมากกว่าการสร้างธรรมาภิบาลในภาครัฐ มีการเน้นพิธีกรรมมากกว่าเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์จริง

5. วัฒนธรรมหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ข้าราชการมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไม่กล้ารับผิดชอบหรือบริหารจัดการความเสี่ยง ทำให้ขาดนวัตกรรมและการพัฒนาที่แท้จริง

และ 6. ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน ปัญหาสำคัญที่สุดคือการขาดความรับผิดชอบ (Accountability) การยึดโยงกับผลประโยชน์ของประชาชนค่อยๆ หายไปจากระบบราชการไทย

"ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือการหาแนวทางวางรากฐานการปฏิรูปให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน" นายวิรไท กล่าว​​