เกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังทุกหน่วยงานขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วน เยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยรายละ 3,000 บาท วงเงินกว่า 1,575 ล้านบาท พร้อมลุยมาตรการแก้ปัญหา PM2.5 และยกระดับ Big Data ภาคเกษตรปี 2569
KEY POINTS
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เตรียมเสนอของบกลางประมาณ 1.5 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย
- เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษสำหรับใช้ในการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท
- มาตรการเยียวยาครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวมกว่า 52,000 ราย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนวาระเร่งด่วนเพื่อเกษตรกรไทย ทั้งมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครอบคลุมด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ พร้อมเตรียมรับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 และยกระดับการบริหารจัดการด้วยระบบข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อความยั่งยืน
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ว่า งานนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหลายเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องขับเคลื่อนทันที โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีข้อสั่งการ 5 ข้อ ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คือ
ช่วยเหลือเร็ว ยืนยันความโปร่งใส โดยใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนเงินเยียวยา
ป้องกันวงจรหนี้นอกระบบ โดยประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงิน ในการพักชำระหนี้สิน สินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย โดยใช้กลไกสหกรณ์ช่วยเสริมสภาพคล่องในพื้นที่
ฟื้นฟูให้เร็วและดีกว่าเดิม โดยเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ
เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดพืชและสัตว์ทันที
เตรียมทำนาปรัง โดยวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอ และเฝ้าระวังศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดูกาล
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 เพิ่มเติม โดยให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษสนับสนุนวงเงินสำหรับการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว และที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 18 จังหวัด จากพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 55 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,575.79 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมเสนอของบกลางเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป
ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นอกจากการเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ PM2.5 ผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2569/70 โดยเฉพาะระยะหลังการเก็บเกี่ยวและบริเวณพื้นที่สูง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 - พฤษภาคม 2570 โดยเตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม - พฤษภาคม 2570 และการจัดทำ Big Data ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยมีกรอบแนวคิดเชิงวิเคราะห์และแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ เน้น 5 ด้านที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรให้เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร การวิเคราะห์ข้อมูลอุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตร การประเมินความเสี่ยงภัยแล้งและภัยพิบัติ การประเมินความเปราะบางของเกษตรกร และการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เป็นต้น โดยเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานทันที รวมถึงได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานพิจารณากรอบการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ด้วย
มาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 และการขับเคลื่อนระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรไทย เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว





