วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

กระทรวงเกษตรฯ ชู 4 กรอบ สกัดใบยางร่วง เชื่อมวิจัย ยกระดับราคา

เกษตรฯ วาง 4 กรอบ นำวิทยาศาสตร์-วิจัย สกัดโรคใบร่วงชนิดใหม่ ยางพารา หลังพบระบาดกว่า 9 แสนไร่ ลามพื้นที่ใหม่ เพชรบูรณ์-ศรีสะเกษ

KEY POINTS

  • กระทรวงเกษตรฯ กำหนด 4 กรอบการทำงานเพื่อสกัดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ได้แก่ การเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู
  • นำนโยบาย “วิทยาศาสตร์คู่เกษตร” มาใช้ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าและแนวทางการจัดการโรค
  • ตั้งเป้าหมายยกระดับมาตรฐานผลผลิตและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร

กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนนโยบาย “วิทยาศาสตร์คู่เกษตร” ตั้งคณะกรรมการกลางวาง 4 กรอบงาน เฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู สกัดโรคใบร่วงชนิดใหม่ (ใบจุดกลม) ในยางพารา พร้อมยกระดับมาตรฐานผลผลิตและเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย 

กระทรวงเกษตรฯ ชู 4 กรอบ สกัดใบยางร่วง เชื่อมวิจัย ยกระดับราคา

 นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการโรคและยกระดับมาตรฐานผลผลิตยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางพารา ครั้งที่ 1/2569 ว่าได้กำหนดกรอบบริหารจัดการโรคใบร่วงชนิดใหม่ หรือโรคใบจุดกลมในยางพารา ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าผลผลิตและผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมมาเชื่อมโยงกับการทำงานภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ 

สำหรับวางกรอบการแก้ปัญหาโรคใบยางร่วง ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่

1. การเฝ้าระวัง โดยนำผลวิจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและการระบาดของโรค มากำหนดเป็นตัวชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ สู่การพัฒนาเครื่องมือตรวจวัด พร้อมใช้เครือข่ายการยางแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ รวบรวมข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง เพื่อประเมินความเสี่ยงและพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้สามารถคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงก่อนการระบาดประมาณ 2–3 เดือน

 2. การป้องกัน โดยจัดทำคู่มือดูแลต้นยางให้แข็งแรง ครอบคลุมการจัดการแปลงและสภาพแวดล้อม การใช้สารป้องกันโรคอย่างถูกวิธี การควบคุมการเคลื่อนย้ายกล้ายางปลอดโรค และการยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ใช้เป็นแนวทางเดียวกัน

 3. การรักษา โดยนำชีวภัณฑ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ผ่านการทดสอบประสิทธิผลมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ พร้อมมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดทำแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

กระทรวงเกษตรฯ ชู 4 กรอบ สกัดใบยางร่วง เชื่อมวิจัย ยกระดับราคา

 4. การฟื้นฟู โดยเร่งกำหนดแนวทางดูแลต้นยางและฟื้นฟูสวนยางภายหลังการระบาด รวมถึงพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและกลไกงบประมาณที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน หากประเด็นใดยังไม่มีองค์ความรู้หรือเครื่องมือรองรับเพียงพอ จะกำหนดเป็นหัวข้อวิจัยเพิ่มเติม เพื่อนำผลการศึกษาไปพัฒนาวิธีฟื้นฟูสวนยางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568–31 สิงหาคม 2569 พบพื้นที่สวนยางเกิดโรคใบร่วงยางพารา (ใบจุดกลม) รวม 919,529.89 ไร่ โดยอยู่ในภาคใต้ตอนล่าง 905,331 ไร่ หรือร้อยละ 98.46 ของพื้นที่ระบาดทั้งหมด ขณะที่เดือนสิงหาคม 2569 พบการระบาดในพื้นที่ใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์และศรีสะเกษ จึงจำเป็นต้องเร่งเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และการปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานและเกษตรกรสามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที

 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคและอาการผิดปกติของยางพารา และการเฝ้าระวังเตือนภัย ด้านวิจัยและนวัตกรรม และคณะอนุกรรมการยกระดับมาตรฐานผลผลิตและผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อเร่งจัดทำข้อเสนอในประเด็นเร่งด่วน และสนับสนุนการกำหนดมาตรการตั้งแต่การบริหารจัดการโรค การยกระดับมาตรฐาน ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและผลิตภัณฑ์ยางพาราให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

การยกระดับแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราด้วยกลไก “วิทยาศาสตร์นำการเกษตร” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับมือกับโรคพืชระบาดในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบูรณาการข้อมูลวิจัยร่วมกับเครือข่ายพื้นที่จริง จะช่วยหยุดยั้งความเสียหายต่อผลผลิตยางพาราของประเทศ ขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรฐานและแปรรูปเพิ่มมูลค่า จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางและสร้างความมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน