วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิด 3 เหตุผล ดัน 'ทางด่วน 2 ชั้น' แลกต่อสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน

“สิริพงศ์” รัฐมนตรีช่วยคมนาคม เปิด 3 เหตุผล เดินหน้า Double Deck โครงการทางด่วนชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน–พระราม แลกขยายสัมปทาน BEM ออกไป 22 ปี 5 เดือน ระบุเป็นโครงการคุ้มค่า ช่วยลดเวลาเดินทาง 30 นาที แก้ปัญหาจราจรติดขัด ย้ำหากไม่เร่งแก้ไขปัญหาจะสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

KEY POINTS

  • "สิริพงศ์" ยันเดินหน้าผลักดันโครงการทางด่วน 2 ชั้น (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด ระบุมีความคุ้มค่าทางการลงทุนและเกิดแน่นอนในรัฐบาลนี้ 
  • ชี้ 3 เหตุผลต้องเร่งสร้าง ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากค่าผ่านทางที่ถูกลง โดยจะเจรจาลดราคาเหลือไม่เกิน 50 บาท จากเดิม 90 บาท ลดระยะเวลาเดินทาง 30 นาที และรัฐประหยัดงบประมาณ 
  • เผยคืบหน้าปัจจุบันคณะกรรรมการ PPP อยู่ระหว่างเจรจา BEM เป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง เพื่อแลกกับการขยายสัญญาสัมปทานออกไปอีก 22 ปี 5 เดือน โดยอยู่ระหว่างเจรจาผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 หรือ Double Deck ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) เจรจากับเอกชนรายเดิมที่บริหารทางด่วนช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 และจะเป็นผู้เข้ามารับดำเนินโครงการนี้ โดยทราบว่าอยู่ในขั้นตอนเจรจาผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐ มั่นใจว่าจะได้ข้อสรุปและดำเนินโครงการภายในรัฐบาลนี้

อย่างไรก็ดี กระทรวงฯ ยืนยันว่าโครงการทางด่วน 2 ชั้น ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 เป็นโครงการที่คุ้มค่าทางการลงทุน เพราะจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เนื่องจากโครงข่ายทางด่วนเดิมรองรับรถประมาณ 600,000 คันต่อวัน แต่ปัจจุบันมีปริมาณรถมากกว่า 1.6 ล้านคันต่อวัน ส่งผลให้เกิดปัญหาคอขวดบริเวณด่านงามวงศ์วานและพระราม 9 หากมีการลงทุนโครงการนี้คาดช่วยให้ผู้ใช้เส้นทางประมาณ 40% ประหยัดเวลาเดินทางได้สูงสุด 30 นาที

เปิด 3 เหตุผล ดัน 'ทางด่วน 2 ชั้น' แลกต่อสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน

อย่างไรก็ดี กระทรวงฯ ประเมินเหตุผลความจำเป็นของการดำเนินโครงการทางด่วนยกระดับ 2 ชั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 เหตุผลหลัก คือ

1. แก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านงามวงศ์วานและพระราม 9 ทำให้ประชาชนประหยัดเวลาเดินทางได้สูงสุด 30 นาที

2. ประชาชนได้รับประโยชน์จากการกำหนดอัตราค่าผ่านทางที่คุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากจะเจรจาลดค่าผ่านทางเหลือไม่เกิน 50 บาท จากเดิม 90 บาท

3. ภาครัฐไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินลงทุนโดยตรง และกำหนดเงื่อนไขแบ่งปันผลประโยชน์คืนรัฐ หากมีผู้ใช้บริการสูงกว่าประมาณการ

เปิด 3 เหตุผล ดัน 'ทางด่วน 2 ชั้น' แลกต่อสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 หรือ Double Deck ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 มีระยะทาง 20.09 กิโลเมตร วงเงินราว 34,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ PPP เพื่อขอความเห็นชอบการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ 2562 โดยมีการเจรจากับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานระบบทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 ลงทุนก่อสร้างโครงการ Double Deck และจะลดอัตราค่าทางด่วนเหลือ 50 บาท โดยขยายสัญญาสัมปทานออกไปอีก 22 ปี 5 เดือน นับต่อจากวันสิ้นสุดสัญญาเดิม ปี 2578

เปิด 3 เหตุผล ดัน 'ทางด่วน 2 ชั้น' แลกต่อสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน

สำหรับโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) มีแนวเส้นทางช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 ซ้อนทับอยู่บนทางพิเศษศรีรัช มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วานไปจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนพระราม 9 มีด่านเก็บค่าผ่านทางระบบ MTC/ETC จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่

  • ด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณประชาชื่น
  • ด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณมักกะสัน

นอกจากนี้จะมีทางขึ้น-ลง จำนวน 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ทางขึ้น-ลงจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วาน ทางขึ้น-ลงบริเวณย่านพหลโยธิน และทางขึ้น-ลงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณโรงพยาบาลพระราม 9 และตำแหน่งที่มีเฉพาะทางลง จำนวน 1 ตำแหน่ง ได้แก่ ทางลงบริเวณทางแยกต่างระดับมักกะสัน

เปิด 3 เหตุผล ดัน 'ทางด่วน 2 ชั้น' แลกต่อสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน