วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คมนาคม' ดันลงนาม MOU ไทย - จีน 7 ความร่วมมือ ยกระดับระบบราง

“คมนาคม” เตรียม MOU ความร่วมมือด้านระบบรางไทย–จีน ในไตรมาส 4 ปีนี้ เดินหน้ากรอบความร่วมมือ 7 ด้าน ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายรถไฟ พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงโครงข่ายไทย–จีน–ลาว เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภูมิภาค

KEY POINTS

  • "คมนาคม" เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับทบวงการรถไฟแห่งชาติจีนภายในไตรมาส 4 ปีนี้ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านระบบราง
  • ภายใต้กรอบความร่วมมือครอบคลุม 7 ด้านสำคัญ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน และการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบราง
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟระหว่างไทย-จีน-ลาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการขนส่งทางรางกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย กับทบวงการรถไฟแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (National Railway Administration: NRA) ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านระบบราง โดยเตรียมลงนาม MOU ดังกล่าวภายในไตรมาส 4 ปีนี้

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายยกระดับการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐานการดำเนินงาน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยมีสาระสำคัญของร่าง MOU แบ่งออกเป็น 7 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาการขนส่งทางราง โดยแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง รวมถึงองค์ความรู้ด้านการจัดทำกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

2. กฎระเบียบการขนส่งทางราง มุ่งแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ทั้งด้านความปลอดภัยในการให้บริการ คุณภาพการขนส่ง งานก่อสร้าง และอุปกรณ์ระบบราง เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานของทั้งสองประเทศ

3. การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางราง โดยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ รวมถึงแนวทางดำเนินงานอย่างยั่งยืน

4. การเชื่อมโยงระบบรางระหว่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจะร่วมพิจารณาและผลักดันวิสัยทัศน์การพัฒนาความเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟระหว่างประเทศไทย จีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงโครงข่ายในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ ภาคอุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน

5. อุปกรณ์และอุตสาหกรรมระบบราง มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านวัสดุและอุปกรณ์ระบบราง การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงธุรกิจขนส่งทางราง ตลอดจนส่งเสริมการผลิตและซ่อมบำรุงภายในประเทศ

6. ความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยสนับสนุนการประสานงานภายใต้กรอบองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง

7. การเสริมสร้างขีดความสามารถบุคลากร ผ่านความร่วมมือด้านการฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบัน หน่วยงาน บริษัท และมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและวิจัยด้านระบบราง

ทั้งนี้ ระยะเวลาความร่วมมือ  MOU กำหนดให้มีผลใช้บังคับเป็นเวลา 3 ปี และสามารถต่ออายุได้อีกคราวละ 2 ปี เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองประเทศดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบความร่วมมือได้อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมประเมินว่า การจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้และประสบการณ์ของจีน ซึ่งมีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงข่ายระบบรางระดับนานาชาติ

อีกทั้ง ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนากฎระเบียบ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของระบบรางไทย รวมถึงการยกระดับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมรถไฟ ทั้งในส่วนของการผลิต การซ่อมบำรุง และการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพรองรับการขยายตัวของระบบขนส่งทางรางในอนาคต

ขณะเดียวกัน การผลักดันความเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟไทย–จีน–ลาว ยังเป็นกรอบความร่วมมือที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่โอกาสด้านการค้า การลงทุน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในระยะยาว